เปิดสนามอัจฉริยะ จักรยานหุ่นยนต์ไร้คนขับ

bicycleRobot-จักรยานอัจฉริยะ

bicycleRobot-จักรยานอัจฉริยะ

อ่านดีๆนะครับ ไม่ใช่จักรยานยนต์ จักรยานธรรมดานี่แหละ…ภาพ ของจักรยานวิ่งฉิว ขณะที่หนุ่มน้อยก้าวเดินตามช้าๆ มือถือรีโมตคอนโทรลขนาดเล็ก บังคับให้จักรยานทรงตัววิ่งไปโดยล้ม หรือหยุดอยู่กับที่ราวกับล็อกไว้โดยไม่มีขาตั้ง สร้างความตื่นตาและความสงสัยให้กับผู้พบเห็นว่ามันทรงตัวอยู่ได้อย่างไร

หลายคนเอามือแตะๆ คลำๆ พร้อมออกแรงผลักเบาๆ จักรยานคันเก่งก็จะออกแรงต้าน และค่อยๆ ดีดตัวกลับที่เดิม

บรรยากาศ สนุกๆ ในการสาธิตการทรงตัวและการวิ่งโดยอัตโนมัติของจักรยานหุ่นยนต์ ในงานแถลงข่าว “การแข่งขันจักรยานหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย” หรือ BicyRobo Thailand Championship ที่จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษานำความรู้ด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และวิศวกรรมควบคุม มาใช้ออกแบบและพัฒนาจักรยานให้มีความสามารถในการรักษาสมดุลแบบสองล้อ หน้าและหลัง โดยใช้หลักพลศาสตร์ จัดโดย บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสมาคมวิชาการหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย และภาควิชาเมคาโทรนิคส์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) ที่สนามหญ้า ข้างหอสมุด สถาบันเอไอที

bicycleRobot-จักรยานอัจฉริยะ

bicycleRobot-จักรยานอัจฉริยะ

รศ.ดร.มนูกิจ พานิชกุล ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน อาจารย์ประจำภาควิชาเมคาโทรนิคส์ สถาบันเอไอที กล่าวว่า การแข่งขันนี้ต้องเป็นจักรยานที่พัฒนาขึ้น มีความอัจฉริยะ สิ่งใดที่รถยนต์อัจฉริยะทำได้ รถจักรยานอัจฉริยะต้องทำได้เช่นกัน เช่น วิ่งจากจุดเริ่มต้นไปถึงเส้นชัยได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีคนบังคับ ด้วยมุ่งหวังให้นำไปใช้ได้จริงในอนาคต

นอก จากจักรยานต้องแบกรับน้ำหนักผู้โดยสารได้แล้ว จักรยานที่อนุญาตใช้ในการแข่งขันอาจซื้อได้จากท้องตลาดแล้วนำมาดัดแปลง หรือ เป็นจักรยานที่ผลิตหรือสร้างขึ้นเอง โดยมีระยะศูนย์กลางของล้อหน้าถึงล้อหลังมากกว่า 90 ซ.ม. มีเส้นผ่านศูนย์กลางล้อมากกว่า 50 ซ.ม. ความหนาความกว้างของหน้ายางต้องไม่เกิน 5 ซ.ม. ที่พิเศษคือเน้นเทคโนโลยี ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาจใช้พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมหรือน้ำ แต่ไม่อนุญาตให้ใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดมลภาวะ เช่น เบนซิน ดีเซล หรือแก๊สโซฮอล์ และจำกัดเรื่องเซ็นเซอร์ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้บางชนิด พร้อมจำกัดความเร็วไว้ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

bicycleRobot-จักรยานอัจฉริยะ

bicycleRobot-จักรยานอัจฉริยะ

หลายคนสงสัยถึงการบังคับที่ไร้คนขับ รศ.ดร.มนูกิจ กล่าวว่าเทคโนโลยีที่ใช้รักษาสมดุลมีหลายอย่าง ที่ง่ายที่สุดคือการใช้น้ำหนักถ่วง หากจักรยานจะล้มไปทางซ้าย เราบังคับลูกตุ้มให้เคลื่อนไปทางขวา หรือหลักการของลูกข่างที่ใช้หลักโมเมนต์เชิงมุม สุดท้ายคือหลักการหนีศูนย์

หากจักรยานจะล้มมาฝั่งซ้าย เราบังคับให้มันวิ่งด้วยความเร็วและบังคับให้องศาการเลี้ยวแคบลงจะทำให้เกิด แรงหนีศูนย์ จักรยานก็จะเบี่ยงไปทางขวา หลักการนี้จักรยานจะวิ่งได้โดยไม่ล้มรศ.ดร. มนูกิจ กล่าวถึงประโยชน์ของจักรยาน อัจฉริยะว่า ใช้สำหรับคนที่ไม่สามารถขับรถหรือขี่จักรยานได้ อย่างเด็กหรือผู้สูงอายุ และยังวิ่งไปในเส้นทางที่แคบได้ ด้านเทคโนโลยีนำไปใช้รักษาสมดุลของอุปกรณ์หรือหุ่นยนต์ หรือเป็นหุ่นยนต์ช่วยฝึกเดิน การรักษาสมดุลของเครื่องจักร

แม้จะใช้ เทคโนโลยีค่อนข้างยาก รศ.ดร.มนูกิจ บอกว่า ขอเพียงแค่สนใจแล้วก้าวเข้ามา เราจะจัดฝึกอบรม อาจารย์ทุกมหาวิทยาลัยยินดีถ่ายทอดความรู้ให้พัฒนาได้

การ แข่งขันจะปล่อยจักรยานพร้อมกัน 2 ทีม ระยะห่างกันครึ่งสนาม ทีมใดถูกแซงไป 50 เมตรถือว่าน็อกเอาต์ ทีมที่ชนะเลิศคือทีมที่รวมระยะการวิ่งได้ไกลที่สุด

นายวงศกร พรณัฐวุฒิกุล หรือ ต้น อายุ 24 ปี นักศึกษาปริญญาโท หนึ่งในสมาชิกทีม “ผักชี” เจ้าของรางวัลความคิดสร้างสรรค์ ในการแข่งขัน “รถอัจฉริยะไร้คนขับ” ซึ่งร่วมประเดิมสนามแข่งขันหนนี้ด้วย เล่าว่า การแข่งขันต่างจากปีที่แล้วที่เป็นรถยนต์ ซึ่งมี 4 ล้อไม่ต้องทรงตัว แค่ควบคุมพวงมาลัยและความเร็ว แต่จักรยานต้องเพิ่มการทรงตัวและยิ่งยากขึ้นไปอีก เรา ต้องควบคุมพวงมาลัย การทรงตัว รวมถึงความเร็วให้สอดคล้องกันทั้งหมด ในการแข่งขันจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ถือเป็น การสร้างโอกาสเพื่อพัฒนาต่อ ยอด อยากทำให้ดีที่สุด และอยากใช้ความรู้ที่มีทั้งหมดที่เรียนมาพัฒนาให้ใช้งานได้จริง

มา ที่ 3 หนุ่ม ภาควิชาเมคาโทรนิคส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันเอไอที ที่เข้าร่วมแข่งขัน เริ่มจากพี่ใหญ่สุด นายชูพงศ์ ช่วยเพ็ญ วัย 36 ปี นักศึกษาปริญญาเอก นายประนาทพล ผ่องแผ้ว หรือพลาย อายุ 27 ปี นักศึกษาปริญญาโท และนายอภิสิทธิ์ อรุณนวล หรือ เพ้ง อายุ 27 ปี นักศึกษาปริญญาโท

เพ้งเล่าถึงการพัฒนาจักรยานที่ทำได้กว่าร้อยละ 40 ว่า จักรยานคันนี้ต้องพัฒนาอีกเยอะ เพื่อควบคุมไม่ให้ล้มและวิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนด ต้องพัฒนาเรื่องจีพีเอสหรือระบบนำร่อง องค์ประกอบในการสร้างจักรยานขึ้นมีความสำคัญมากกว่า เพราะมันสามารถนำองค์ความรู้ในการ สร้างจักรยานส่วนอื่นๆ เช่น ระบบการควบคุมจักรยาน การเชื่อมต่ออุปกรณ์ตรวจวัดในแต่ละส่วนมาใช้ เป็นความรู้ทั้งพื้นฐานและขั้นสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรม เมืองไทย

“คาด หวังว่า จักรยานคันนี้จะวิ่งได้ครบรอบ สามารถนำความรู้ที่ได้จากตัวนี้ไปพัฒนาโครงการอื่นๆ ได้อีก เช่น กรณีที่เป็นเด็กฝึกหัดขี่จักรยาน หรือใช้ในงานระบบป้องกันมอเตอร์ไซค์ลื่นล้ม

ผู้สนใจรวบรวมสมาชิก ทีมละ 3 คน พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน สมัครภายในวันที่ 19 มี.ค. สนใจคลิกที่ http://www.trs.or.th หรือ http://bicyrobo.ait.ac.th

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: