เพิ่มคุณค่าให้กับน้ำมันปาล์มดิบ

กลีเซอรีนจากน้ำมันปาล์ม

กลีเซอรีนจากน้ำมันปาล์ม

นอกจากการนำน้ำมันปาล์มดิบไปสกัดจนได้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ยังมีสิ่งสกัดที่นำไปเพิ่มรายได้ได้อีก ลองอ่านบทความที่ผมนำมาจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันจันทร์ที่ 14 กย.2552 กับคอลัมภ์ “เกษตรยุคใหม่”โดย รศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ

น้ำมันปาล์มที่เราใช้ปรุงอาหารนั้น มีลักษณะเป็นสีเหลืองอ่อน และใส ก็เหมือนกับข้าวสารที่สีเอารำและจมูกข้าวรวมทั้งเยื่อหุ้มเมล็ดต่างๆ ออกไป เหลือแต่เนื้อแป้งเพียงอย่างเดียว ความจริงสิ่งที่ทิ้งไปหรือนำออกไปนั้น กลายเป็นของที่มีประโยชน์อย่างมาก

อาจจะมากกว่าส่วนที่เหลือด้วยซ้ำไป ในกรณีของน้ำมันปาล์มก็เช่นกัน น้ำมันปาล์มดิบที่ได้จากเนื้อผลปาล์มมีลักษณะเหนียวข้นคล้ายจาระบี และมีสีส้ม ซึ่งเป็นสีของแคโรทีน แต่เมื่อนำน้ำมันปาล์มดิบมาผ่านกระบวนการ ก็จะมีการสกัดสารแคโรทีนทิ้งไป เหลือแต่ตัวน้ำมัน ซึ่งนำมาผ่านกระบวนการต่างๆ จนกระทั่งใสและมีสีเหลืองอ่อน ซึ่งตัวแคโรทีนที่มีประโยชน์ถูกสกัดทิ้งออกไปหมดแล้ว ความจริงตัวแคโรทีนมีคุณค่าสูงกว่าน้ำมันปาล์มด้วยซ้ำไป เพราะว่าสามารถนำมาใช้ผสมอาหารหรือนำไปสู่การผลิตวิตามินเอได้ และตัวแคโรทีนมีสีเหลืองส้ม สามารถนำมาใช้เป็นสีผสมอาหารได้อย่างดี ราคาของแคโรทีนสูงมาก และปรากฏว่าน้ำมันปาล์มดิบเป็นแหล่งของแคโรทีนที่มีโอกาสนำมาสกัดและใช้เป็นการค้าได้ แทนที่จะสกัดทิ้งไปเฉยๆ เหมือนอย่างปัจจุบัน

 นอกจากแคโรทีนทีมีอยู่มากในน้ำมันปาล์มดิบแล้ว ยังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นวิตามินที่พบมากเช่นกัน และตัววิตามินอีนี้ก็มีมูลค่ามหาศาล มีการซื้อขายในราคาแพง เพราะว่ามีการใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางหลายชนิด และเป็นที่ต้องการของตลาดมาก แต่ว่าในวันนี้จะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความพยายามในการสกัดแคโรทีนจากน้ำมันปาล์มดิบก่อน แล้วคราวหน้าค่อยมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการสกัดวิตามินอีต่อไป

 นักวิจัยที่สนใจทำในเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนกระทั่งได้วิธีการสกัดแคโรทีนที่อยู่ในน้ำมันปาล์มดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ ดร.พัชรินทร์ ระวียัน จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายในการสกัดแคโรทีนออกมาใช้เป็นสีผสมอาหาร โดยใช้กระบวนการทางเคมี ผลที่ได้คือสามารถสกัดแคโรทีนหรือที่เรียกให้ถูกต้องก็คือแคโรทีนอยด์ โดยกระบวนการแบบที่เรียกว่ากึ่งต่อเนื่อง และสารเคมีที่ใช้ในการสกัดก็สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ทำให้ต้นทุนในการสกัดต่ำลงได้

 นอกจากนี้กลุ่มนักวิจัยนี้ยังได้ออกแบบเครื่องมือต้นแบบสำหรับการสกัดแคโรทีนดังกล่าว รวมทั้งได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรกระบวนการสกัดดังกล่าวไว้แล้ว ซึ่งเครื่องมือหรือกระบวนการสกัดดังกล่าว ทำได้ง่ายไม่ซับซ้อน และค่อนข้างมีประสิทธิภาพสูง
 
 สำหรับคุณภาพของสีที่สกัดได้ซึ่งเป็นแคโรทีนอยด์นั้น แทบไม่แตกต่างจากสีที่มีจำหน่ายทางการค้าทั่วไป เพียงแต่ว่าระดับสีอาจแตกต่างกันบ้างเนื่องจากวัตถุดิบตั้งต้นที่แตกต่างกัน อย่างเช่นสีที่สกัดได้จะมีระดับสีออกไปทางส้มแดง ในขณะที่สีทางการค้าออกไปทางเหลืองแดง เป็นต้น สำหรับราคาขายของสีแคโรทีนอยด์ความเข้มข้น 1% จะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 5,000 บาท ซึ่งต้นทุนการผลิตโดยการสกัดจากน้ำมันปาล์มดิบนั้น ประมาณกิโลกรัมละ 2,000 บาทเศษ หมายความว่าหากเราสกัดแคโรทีนอยด์จากน้ำมันปาล์มดิบมาขาย ก็จะเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างมาก

 ตัวแคโรทีนที่สกัดได้นั้น นอกจากจะมีประโยชน์ในการทำสีผสมอาหารแล้ว ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งตอนนี้เรื่องราวของสารต้านอนุมูลอิสระกำลังได้รับความสนใจจากคนทั่วไปอยู่มาก เพราะว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของสุขภาพ นอกจากนี้แคโรทีนจัดว่าเป็นโปรวิตามินเอ หมายความว่าเป็นสารที่สามารถเปลี่ยนรูปไปเป็นวิตามินเอได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก
 
 ดังนั้นความต้องการของตลาดเกี่ยวกับแคโรทีน จึงมีสูง ส่งผลให้ราคาขายสูงตามไปด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: