โรงงานไฟฟ้าพลังงานสะอาด

โรงงานไฟฟ้าขนาดเล็ก

โรงงานไฟฟ้าขนาดเล็ก

ต้องยอมรับว่า ประเทศไทยไม่ได้มีแหล่งพลังงานเชิงพาณิชย์เพียงพอต่อความต้องการ จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศมากกว่า 60 %ของความต้องใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ทั้งหมด

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงในยุควิกฤติน้ำมัน ทำให้การเลือกใช้พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ แสงอาทิตย์ น้ำ ลม ไม้ ฟืน รวมไปถึงชีวมวลจากแกลบ กาก(ชาน)อ้อย  ฟางข้าว ซังข้าวโพด  เศษไม้ต้นยางพารา น้ำมันปาล์ม และมันสำปะหลัง เป็นต้น กลายเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหา ขณะที่ไทยเองก็เป็นแหล่งผลิตพืชเกษตรสำคัญของภูมิภาค ซึ่งมีความพร้อมด้านวัตถุดิบเหล่านี้

ที่ผ่านมาภาคเอกชนยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการผลิตพลังงานหมุนเวียน เห็นได้จากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้มีแผนส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนชนิดต่างๆ รวมทั้งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการส่งเสริมให้นำแกลบ ชานอ้อย ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง กะลาปาล์ม เศษไม้กิ่งไม้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า ในรูปแบบของโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Power Producers – SPP) ก่อนจะจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม้ปริมาณการจำหน่ายจะยังไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าได้มีส่วนเสริมความมั่นคงให้แก่ระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศ

จักรพันธ์  อริยะวงศ์  กรรมการผู้จัดการ ซูพรีม รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์ยี่ ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลจากซังข้าวโพด กำลังการผลิต 0.1 เมกะวัตต์ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยี Gascification หรือการเผาไหม้ในเตาเผา ซึ่งลงทุนซื้อเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน

หลักการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีนี้ เมื่อซังข้าวโพดและเศษกิ่งไม้ เผาไหม้ในพื้นที่จำกัด จะเกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซต์ในเครื่องยนต์ จากนั้นเครื่องยนต์ก็จะไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งถือว่าเหมาะสมที่จะใช้ผลิตไฟฟ้าในปริมาณไม่มากนัก แตกต่างจากเทคโนโลยีแบบสตรีมเทอร์ไบด์ หรือการนำเชื้อเพลิงมาต้มน้ำจนเกิดแรงดันไปหมุนกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งจะเหมาะสมกับการผลิตไฟฟ้ากำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ขึ้นไป

เขายังระบุว่า เตาเผาจะมี 3 คุณสมบัติพิเศษ ได้แก่ การผลิตแก๊สเชื้อเพลิง การกำจัดฝุ่น น้ำมันดิน (ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการเผาไหม้ซังข้าวโพด) ซึ่งหากกำจัดไม่ดีก็จะไปติดเครื่องยนต์ ซึ่งถือเป็นจุดบอดของระบบที่ต้องแก้ไข และสุดท้าย ได้แก่ คุณสมบัติในการควบคุมทุกกลไกให้สอดคล้องกัน

จักรพันธ์ เล่าว่า สาเหตุที่ตัดสินใจทำโรงไฟฟ้าขนาดเล็กจากซังข้าวโพดนั้น เนื่องจากไม่มีเงินทุนเพียงพอ ที่จะทำโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ อีกทั้งเกรงว่าจะถูกต่อต้าน นอกจากนี้โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ยังมีความเสี่ยงในเรื่องปริมาณเชื้อเพลิง สำหรับโรงไฟฟ้าขนาดเล็กนี้เพิ่งเริ่มทดสอบและเดินเครื่องเมื่อปีที่ผ่านมา

การผลิตไฟฟ้าจากซังข้าวโพด ยังถือเป็นการผลิตไฟฟ้าที่ชุมชนได้ประโยชน์ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายซังข้าวโพดและเศษกิ่งไม้ของชาวไร่ในพื้นที่ โดยโรงไฟฟ้าจะส่งคนไปรับซื้อถึงที่ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถลดขั้นตอนในการจัดเก็บเศษกิ่งไม้ หรือขจัดกิ่งไม้แห้ง

 นอกจากนี้ ซังข้าวโพดยังให้ความร้อนในการเผาไหม้สูงกว่าแกลบถึง 15 องศา ทำให้ถึงจุดเดือดเร็วกว่า 1-2 นาที ขณะเดียวกันยังไม่มีคู่แข่งแย่งรับซื้อวัตถุดิบ โดยปัจจุบันเขาเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในจังหวัดเชียงราย แม้จะมีภาคเอกชนบางรายที่มีแนวคิดจะตั้งโรงไฟฟ้าจากซังข้าวโพดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการปลูกข้าวโพดมากที่สุดในประเทศ ก็ตาม

จักรพันธ์ ยังเล่าว่า โรงไฟฟ้าจากแกลบในประเทศไทยมีภาคเอกชนดำเนินการไม่ต่ำกว่า 10 ราย ทำให้เกิดการแย่งแกลบ แม้ปริมาณการปลูกข้าวในประเทศจะมีปริมาณมากก็ตาม แต่แกลบก็ยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ที่ผ่านมาราคารับซื้อแกลบขยับสูงขึ้นเป็นตันละ 500-1,000 บาท สูงมากเมื่อเทียบกับราคาซังข้าวโพดที่รับซื้อเพียงตันละ 100-200 บาทเท่านั้น

ส่วนโรงไฟฟ้าที่คาดว่าที่จะตั้งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ยังไม่เริ่มจัดสร้าง เนื่องจากโรงไฟฟ้ามีขนาดใหญ่กว่าที่จังหวัดเชียงรายหลายเท่า จึงต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมหลายด้าน  เขาเล่า

สำหรับศักยภาพของการผลิตชีวมวลในประเทศ มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เนื่องมาจากปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ที่ก่อให้เกิดชีวมวล มีแนวโน้มจะผลิตได้เพิ่มขึ้น จากปัจจัยหลายประการ เช่น การเพิ่มขึ้นของพื้นที่เพาะปลูก การพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตร พืชบางชนิดมีการผลิตตามฤดูกาล หรือมีการผลิตเฉพาะบางภูมิภาค ขณะที่ความต้องการใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิง ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตเช่นกัน เนื่องจากชีวมวลมีราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงสมัยใหม่เมื่อเทียบในปริมาณความร้อนเท่ากัน

อย่างไรก็ตาม การนำชีวมวลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ควรพิจารณาถึงความพร้อมของแหล่งชีวมวลว่ามีปริมาณเพียงพอหรือไม่ และเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากชีวมวลมีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือจากความพอเพียงของปริมาณวัตถุดิบที่จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงด้วย เช่น การขนส่งวัตถุดิบมาป้อนโรงไฟฟ้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นต้นทุนทั้งสิ้น

สำหรับแนวทางการสนับสนุนพลังงานชีวมวลของรัฐ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา โดยกระทรวงพลังงานได้นำเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มาสนับสนุนทุนดำเนินงานให้กับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวมวลให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และใช้ได้สะดวกขึ้น

ส่งเสริมให้มีการสาธิตเทคโนโลยีที่ใช้ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิง เพื่อให้สร้างความเชื่อมั่นการใช้งานได้จริง ตลอดจนการส่งเสริมให้ใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า โดยทำให้ราคารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเชื้อเพลิง อยู่ในระดับที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับต้นทุนในการผลิต ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้มีผู้สนใจลงทุนผลิต และขายไฟฟ้าที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น ยังประสานงานกับ 3 การไฟฟ้า เพื่อแก้ไขระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (ที่มีปริมาณพลังไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบ น้อยกว่า 1 เมกะวัตต์) เพื่อลดต้นทุนค่าเชื่อมโยงระบบเข้ากับระบบขายไฟฟ้าของการไฟฟ้า ทำให้เกิดบรรยากาศจูงใจให้มีการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลมากขึ้น อีกทั้งกระทรวงพลังงานยังได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ถึงข้อดีของการผลิตพลังงานชีวมวล เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ในการใช้ชีวมวลเป็นแหล่งพลังงานให้มากขึ้น

 จากกรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: