“เปปไทด์”ดีๆที่อยู่รอบตัวเรา…ทานแล้วจะได้ฉลาด

แหล่งเปปไทด์ใกล้ตัวที่เงินหมันเวียนในบ้านเราครับ

แหล่งเปปไทด์ใกล้ตัวที่เงินหมุนเวียนในบ้านเราครับ

นักวิชาการด้านโภชนาการจุฬาฯได้ระบุแล้วว่า แค่ทานอาหารให้ครบหมู่ตามปกติร่างกายเราก็ได้”เปปไทด์”เพียงพอแล้ว จากบทความในผู้จัดการออนไลน์…”กินอาหารครบ 3 มื้อก็มี “เปปไทด์” ไว้ใช้ความคิดดีๆ” เมื่อ 27 พ.ย.2551 ตามเนื้อความนี้

” หลังจากโฆษณาเครื่องดื่ม “ซอยเปปไทด์” โปรตีนจากถั่วเหลืองโลดแล่นอยู่บนจอทีวีมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ทางศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดเวทีเสวนาคุยกันฉันวิทย์ เรื่อง “วิทยาศาสตร์กับการโฆษณาสินค้า” เมื่อวันที่ 26 พ.ย.51 ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ผศ.ดร.รมณี สงวนดีกุล หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรที่ร่วมวงเสวนากล่าวว่า เปปไทด์ (peptide) คือโปรตีนที่ย่อยแล้ว ซึ่งสุดท้ายจะย่อยเป็นกรดอะมิโน โดยแหล่งของโปรตีนมีอยู่หลายแหล่ง อาทิ นม ถั่วเหลือง เป็นต้น โดยแต่ละแหล่งโปรตีนให้กรดอะมิโนที่ต่างชนิดกัน

“ในแง่โภชนาการสุดท้าย โปรตีนจะย่อยไปเป็นกรดอะมิโน ซึ่งร่างกายดูดซึมได้แน่ๆ และเป็นรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้สร้างโปรตีนอื่นๆ แต่ก็มีได-เปปไทด์ (di-peptide) ซึ่งเป็นกรดอะมิโน 2 ตัว และไตร-เปปไทด์ (tri-peptide) ที่มีช่องทางในการดูดซึมเข้าไปได้ จากอาหารที่เรารับประทาน ถ้ารับประทานอย่างครบถ้วนเหมาะสมทั้งสามมื้อ ไม่เว้นมื้อนานเกินไป เราก็น่าจะมีสารอะมิโนไว้เตรียมพร้อม และอาหารฟังก์ชันก็อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น” ผศ.ดร.รมณี

อย่างไรก็ดี นักโภชนาการจากจุฬาฯ ระบุว่า สารเปปไทด์จากโปรตีนถั่วเหลืองที่วางจำหน่ายนั้นคงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ แต่น่าจะเป็นทางเลือกในเรื่องอาหารเสริมมากกว่า ซึ่งถ้าจำเป็นก็ใช้เป็นทางเลือกได้ และคงไม่ใช่รับประทานแล้วจะสมองดีตลอดเวลา และผู้บริโภคเองก็ต้องพิจารณาว่าสิ่งที่ได้รับคุ้มกับราคาหรือไม่ พร้อมกล่าวด้วยว่าเครื่องปรุงอาหารไทยๆ หลายชนิดก็มีเปปไทด์อยู่เหมือนกัน อาทิ ซีอิ๊ว น้ำปลา ถั่วเน่า หรือสมุนไพรบางชนิด เป็นต้น…”

ผมได้อ่านข้อเขียนจาก…บล็อกของคุณPalermosที่เขียนถึงข้อน่าคิดในโฆษณา ทำให้ผมฉุกคิดได้เลยว่า

1.คนยุคหนึ่งรักสุขภาพ คิดว่าสมองเป็นทรัพยากรสำคัญมากจนยอมซื้อโน่นซื้อนี่มาทานเพื่อบำรุงสมอง ก็ไม่แปลกที่เราบำรุงให้สมองยังดี แต่ไม่รู้ว่าการใช้งานนั้นจะดีตามไปด้วยหรือเปล่า ถ้าเอาแต่หลงเชื่อข้อมูลโฆษณา หรือเอาแค่มีสมองดีแต่ไม่มีความคิดดีๆ

2.ข้อมูลข่าวสารนั้นมีมากมายมหาศาล มีทั้งลวงมีทั้งจริง ข้อมูลลวงก็ดูน่าเชื่อถือมากจนคนที่ไม่รู้จักคิดตาม เชื่อเขาไปง่ายๆก็หลงเป็นเหยื่อข้อมูลปลอมๆเหล่านั้น  ผมว่าตรงนี้เป็นความรับผิดชอบของใครดีครับ ตัวเราเอง  อย. หรือองค์กรใดที่สร้างความเข้าใจอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ปล่อยให้คนหัวเจ้าเล่ห์อาศัยช่องว่างเหล่านี้หาประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเอง

คนยุคนี้จะว่าไปแล้วที่หลงเชื่ออะไรง่ายๆก็เห็นเยอะ กลุ่มว่าไงก็เฮไปตามกัน จะมีเพียงบางส่วนที่ค่อยๆคิดวิเคราะห์ก่อนเชื่อ.

วันนี้คุณทาน”เปปไทด์”แล้วหรือยังครับ…ทานแล้วจะได้ฉลาดๆครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: