<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>SimplyWay is The Way Of Simply</title>
	<atom:link href="http://simplyway.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://simplyway.wordpress.com</link>
	<description>Simple is The Best...Simply Life is My Goal</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Oct 2009 05:48:29 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='simplyway.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/3cf4db1fadb7503a122f71ab61e09504?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>SimplyWay is The Way Of Simply</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>ลดผลกระทบอดนอนด้วยยาบำรุงสมอง</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/29/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/29/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2009 05:48:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_The Health]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบำรุงสมอง]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[อดนอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=702</guid>
		<description><![CDATA[&#160;
คณะ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ อเมริกา พัฒนายาช่วยรักษาอาการความจำเสื่อมและเรียนรู้ช้า ซึ่งเกิดจากการอดนอน เบื้องต้นทดลองในหนูเป็นไปด้วยดี และมีแผนพัฒนายาสำหรับใช้ในคนต่อไป
นัก วิจัยทดลองกับหนู 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้นอน 5 ชั่วโมง อีกกลุ่มถูกกวนไม่ให้นอน จากนั้นให้หนูลองทำกิจกรรมทดสอบขั้นพื้นฐานที่เคยฝึกให้ทำมาแล้ว พบว่า หนูอดนอนทำคะแนนไม่ดี โดยผลการวิเคราะห์สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ใช้ในการจำและเรียนรู้ พบว่า หนูอดนอนมีระดับเอนไซม์ PDE4 เพิ่มขึ้น และมีโมเลกุล cAMP ลดลง นักวิจัยจึงให้หนูกลุ่มนี้กินยาโรลิแพรม หรือยารักษาอาการซึมเศร้าที่ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ PDE4
ผลลัพธ์ ปรากฏว่า เอนไซม์ PDE4 ลดลง แต่โมเลกุล cAMP กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งโมเลกุลตัวนี้ถ้ามีมากจะช่วยสร้างเครือข่ายเซลล์สมองด้านการเรียนรู้ และเมื่อให้หนูอดนอนทำแบบทดสอบหลังกินยาพบว่าทำได้ดีขึ้นแม้ไม่เท่าหนูที่ ได้นอนเต็มที่ก็ตาม
&#8220;งานวิจัยนี้ช่วยให้รู้ข้อมูลมากขึ้นว่าเกิดอะไร ขึ้นในสมองเมื่ออดนอน แต่สิ่งสำคัญควรมุ่งไปที่การหาทางทำให้นอนหลับเพียงพอตั้งแต่แรก มากกว่าตามไปแก้ไขผลจากนอนไม่พอ&#8221; ดร.นีล สแตนลีย์ ผู้เชี่ยวชาญปัญหาการนอนหลับ โรงพยาบาลนอร์โฟล์กและนอริช ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็น
จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้าวิทยาการ 26 ต.ค.2552
     [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=702&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_703" class="wp-caption alignnone" style="width: 260px"><img class="size-full wp-image-703" title="อดนอน" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/sleep.jpg?w=250&#038;h=150" alt="อดนอน" width="250" height="150" /><p class="wp-caption-text">อดนอน</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>คณะ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ อเมริกา พัฒนายาช่วยรักษาอาการความจำเสื่อมและเรียนรู้ช้า ซึ่งเกิดจากการอดนอน เบื้องต้นทดลองในหนูเป็นไปด้วยดี และมีแผนพัฒนายาสำหรับใช้ในคนต่อไป</p>
<p>นัก วิจัยทดลองกับหนู 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้นอน 5 ชั่วโมง อีกกลุ่มถูกกวนไม่ให้นอน จากนั้นให้หนูลองทำกิจกรรมทดสอบขั้นพื้นฐานที่เคยฝึกให้ทำมาแล้ว พบว่า หนูอดนอนทำคะแนนไม่ดี โดยผลการวิเคราะห์สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ใช้ในการจำและเรียนรู้ พบว่า หนูอดนอนมีระดับเอนไซม์ PDE4 เพิ่มขึ้น และมีโมเลกุล cAMP ลดลง นักวิจัยจึงให้หนูกลุ่มนี้กินยาโรลิแพรม หรือยารักษาอาการซึมเศร้าที่ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ PDE4</p>
<p>ผลลัพธ์ ปรากฏว่า เอนไซม์ PDE4 ลดลง แต่โมเลกุล cAMP กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งโมเลกุลตัวนี้ถ้ามีมากจะช่วยสร้างเครือข่ายเซลล์สมองด้านการเรียนรู้ และเมื่อให้หนูอดนอนทำแบบทดสอบหลังกินยาพบว่าทำได้ดีขึ้นแม้ไม่เท่าหนูที่ ได้นอนเต็มที่ก็ตาม</p>
<p>&#8220;งานวิจัยนี้ช่วยให้รู้ข้อมูลมากขึ้นว่าเกิดอะไร ขึ้นในสมองเมื่ออดนอน แต่สิ่งสำคัญควรมุ่งไปที่การหาทางทำให้นอนหลับเพียงพอตั้งแต่แรก มากกว่าตามไปแก้ไขผลจากนอนไม่พอ&#8221; ดร.นีล สแตนลีย์ ผู้เชี่ยวชาญปัญหาการนอนหลับ โรงพยาบาลนอร์โฟล์กและนอริช ประเทศอังกฤษ ให้ความเห็น</p>
<p>จากหนังสือพิมพ์<a title="หน้าวิทยาการ ข่าวสด" href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNakkyTVRBMU1nPT0=&amp;sectionid=TURNeU5nPT0=&amp;day=TWpBd09TMHhNQzB5Tmc9PQ==" target="_blank">ข่าวสด หน้าวิทยาการ 26 ต.ค.2552</a></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/702/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/702/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/702/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/702/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/702/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/702/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/702/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/702/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/702/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/702/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=702&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/29/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/sleep.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อดนอน</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ…ตอนที่๒</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2009 16:26:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply Bussiness Idea]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพสุดฮิพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพในอนาคต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=698</guid>
		<description><![CDATA[ลองอ่านตอนที่สองเป็นตอนจบ&#8230;.อ่านมาจากข่าวสด ๒๐ ต.ค.๒๕๕๒ แนะแนวโจ๋ “คลิก”งานฮิพ (ตอนจบ)&#8230;.
ต่อ จากฉบับวานนี้ ที่นำเสนอคำแนะนำจาก มืออาชีพส่วนหนึ่งจาก 10 สาขาอาชีพสุดฮิพ ซึ่งมาแนะนำวัยโจ๋วัยฮิพเลือกเส้นทางชีวิต ในงานเสวนา &#8220;อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพ สุดฮิพ&#8221; ในโครงการ &#8220;This&#8221;s my future เลือกที่ใช่ เรียนที่ชอบ&#8221; โดยข่าวสดร่วมกับมูลนิธิไทยคม และวอยส์ทีวี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10-11 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ชั้น 6 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม
นายฐากูร บุนปาน บรรณาธิการหนังสือ พิมพ์ข่าวสด กล่าวว่า ตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นตัวกำหนดหรือชี้นำ สิ่งที่ชี้นำสื่อคือข้อเท็จจริงและข่าวที่เกิดขึ้นแต่ละวัน การทำหนังสือพิมพ์ทำให้รู้จักทีมเวิร์ก เคารพความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานไม่ว่าตำแหน่งไหน ข้อเท็จจริงสอนเราว่า &#8220;ไม่มีใครใหญ่กว่าความจริง&#8221;
&#8220;นักข่าวหนังสือพิมพ์ถือเป็นกรรมกรข่าว อาชีพนี้สนุก ตื่นเต้น และท้าทาย หากเป็นคนแสวงหาความสุขอย่างง่ายๆ เหมาะมาก ความอึดเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักข่าว อึดยังไม่พอ ต้องอดทน ขวนขวายหาความรู้ สำคัญที่สุดต้องรักความเป็นธรรม
ทุกคำ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=698&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_699" class="wp-caption alignnone" style="width: 310px"><img class="size-full wp-image-699" title="แนะแนวโจ๋ &quot;คลิก&quot;งานฮิพ" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/003.jpg?w=300&#038;h=218" alt="แนะแนวโจ๋ &quot;คลิก&quot;งานฮิพ" width="300" height="218" /><p class="wp-caption-text">แนะแนวโจ๋ &quot;คลิก&quot;งานฮิพ</p></div>
<p>ลองอ่านตอนที่สองเป็นตอนจบ&#8230;.อ่านมาจาก<a title="แนะแนวโจ๋'คลิก'งานฮิพตอนจบ" href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdNVEl3TVRBMU1nPT0=&amp;sectionid=TURNeE1RPT0=&amp;day=TWpBd09TMHhNQzB5TUE9PQ==" target="_blank">ข่าวสด ๒๐ ต.ค.๒๕๕๒ แนะแนวโจ๋ “คลิก”งานฮิพ (ตอนจบ)</a>&#8230;.</p>
<p>ต่อ จากฉบับวานนี้ ที่นำเสนอคำแนะนำจาก มืออาชีพส่วนหนึ่งจาก 10 สาขาอาชีพสุดฮิพ ซึ่งมาแนะนำวัยโจ๋วัยฮิพเลือกเส้นทางชีวิต ในงานเสวนา &#8220;อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพ สุดฮิพ&#8221; ในโครงการ &#8220;This&#8221;s my future เลือกที่ใช่ เรียนที่ชอบ&#8221; โดยข่าวสดร่วมกับมูลนิธิไทยคม และวอยส์ทีวี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10-11 ต.ค.ที่ผ่านมา ณ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ชั้น 6 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม</p>
<p>นายฐากูร บุนปาน บรรณาธิการหนังสือ พิมพ์ข่าวสด กล่าวว่า ตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไม่ได้เป็นตัวกำหนดหรือชี้นำ สิ่งที่ชี้นำสื่อคือข้อเท็จจริงและข่าวที่เกิดขึ้นแต่ละวัน การทำหนังสือพิมพ์ทำให้รู้จักทีมเวิร์ก เคารพความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานไม่ว่าตำแหน่งไหน ข้อเท็จจริงสอนเราว่า &#8220;ไม่มีใครใหญ่กว่าความจริง&#8221;</p>
<p><span id="more-698"></span>&#8220;นักข่าวหนังสือพิมพ์ถือเป็นกรรมกรข่าว อาชีพนี้สนุก ตื่นเต้น และท้าทาย หากเป็นคนแสวงหาความสุขอย่างง่ายๆ เหมาะมาก ความอึดเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักข่าว อึดยังไม่พอ ต้องอดทน ขวนขวายหาความรู้ สำคัญที่สุดต้องรักความเป็นธรรม</p>
<p>ทุกคำ ทุกบรรทัด คือความรับผิดชอบ!</p>
<p>ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ไม่ว่าหนังสืออะไรก็ตาม เมื่ออ่านแล้วต้องตั้งคำถาม อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง&#8221;</p>
<p>ดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ซีอีโอ บริษัทหลักทรัพย์คันทรี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วัยรุ่นวัยวุ่นมีปัญหาสองอย่าง คือเรื่องเรียนกับเรื่องรัก ต้องแยกให้ได้ เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น รักเป็นรัก</p>
<p>&#8220;ถ้าแยกได้อนาคตซึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ คือการสร้างเงินที่มาจากปัญญา ปัญญามาจากพลังของการเรียนรู้</p>
<p>การเรียนจะต้องเรียนทั้งในตำรา กลับมาบ้าน ทบทวน และต้องให้ความสำคัญกับการเรียนนอกตำรา</p>
<p>ตำราไม่สามารถตัดสินได้ทุกอย่าง มันสมอง ปัญญา และแนวคิดคือสิ่งที่จะทำให้เราเลือกเดินได้ถูกทางในทางที่ชอบและประสบความสำเร็จ&#8221;</p>
<p>นาย พีระณัฐ มณีอินทร์ หรือ แบงค์ นักศึกษาปี 2 คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งมาร่วมงานตลอด 2 วัน กล่าวว่าได้รับทราบเรื่องราวที่น่าสนใจ เช่น เรื่องกูเกิลของ คุณพรทิพย์ กองชุน และสนใจเรื่องนาโนเทคโนโลยีซึ่งตอน แรกเรารู้เพียงแต่ในประเทศไทย แต่พอได้ฟัง ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ทำให้เห็นประโยชน์ของงานวิจัยว่าควรเป็นไปในทิศใด และมั่นใจมากขึ้นที่จะเดินไปบนถนนในวิชาชีพนี้</p>
<p>น.ส.ณัชชา วิริยะสมบัติ หรือ แต๊บ ชั้นม.5 โรงเรียนบางกะปิ ที่มาร่วมงานทั้ง 2 วันเช่น กัน กล่าวว่าได้รู้อะไรมากขึ้นและกว้างขึ้น รู้ว่าต่อไปข้างหน้าโลกต้องการอาชีพไหน ส่วนตัวสนใจด้านการดีไซน์และออกแบบ แต่ที่ฟังจาก ดร.เอ็กซ์ ภคพล จักรพันธ์ อนุฤทธิ์ คิดว่า ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าเราจะอยู่ในอาชีพไหนเราต้องติดต่อสื่อสาร</p>
<p>นายศักดิ์สิทธิ์ นาเจริญ หรือ น็อต ที่ตั้งใจมาฟัง คุณสมชัย ส่งวัฒนา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fly now กล่าวว่าได้แนวคิดใหม่ที่ว่าถ้าต้องการประกอบอาชีพนี้จริงๆ ต้องมีการจัดการที่ดีด้วย ถ้าเราได้เลือกแล้วต้องทำให้เต็มที่ ทำสิ่งที่ใช่ สิ่งที่ชอบ แต่ถ้ามันไม่ใช่ก็ยังมีโอกาสหาต่อไป</p>
<p>นาย ณัฐพล ชินออน นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ตั้งใจมาฟัง &#8220;นิ้วกลม&#8221;สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ กล่าวว่าได้เรียนรู้ว่าเราชอบอะไร ได้ฟังหลายคนที่มาพูด ผมชอบพี่เอ๋ สราวุธ เพราะผมเรียนด้านการออกแบบ คิดโฆษณา และชอบท่องเที่ยว แม้สิ่งที่ฟังจะไม่ใช่อาชีพที่ใช่สำหรับเรา แต่เป็นการหาคำตอบให้ตัวเองและเห็นแนวทางที่ชัดเจนขึ้น ถ้าเป็นไปได้ปีหน้าอยากให้จัดอีก</p>
<p>ด้าน น.ส.สุกัญญา วงศ์ศิลา หรือ น้ำตาล ชั้น ม.4 โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ ที่ชอบวาดรูป งานศิลปะ และอยากเป็นดีไซเนอร์ แต่ที่บ้านอยากให้รับราชการเพราะมั่นคงกว่า กล่าวว่า ทุกวันนี้เลือกเรียนวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ ถามอาจารย์แนะแนวอย่างอัดอั้นว่าถ้าเราเจอสิ่งที่ใช่และเป็นสิ่งที่ชอบ แต่พ่อแม่เราทั้งไม่ชอบและไม่ใช่จะทำอย่างไร</p>
<p>เรื่องนี้ อาจารย์ภาคิไนย สุนทรวิภาศ ครูแนะแนวโรงเรียนสตรีสมุทร ปราการ หนึ่งในวิทยากรร่วมงาน มีคำตอบไขให้ว่า &#8220;อยากให้นักเรียนคิดว่าสิ่งที่พ่อแม่ท่านแนะนำคือสิ่งที่ท่านคิดว่านั่นคือ สิ่งที่ดีที่สุด เราต้องเปิดใจก่อน แต่มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก</p>
<p>พ่อแม่ต้องคุยกับลูกและรู้ ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร สิ่งที่ลูกทำได้คือใช้ความพยายามที่จะอธิบายให้พ่อแม่ฟัง สร้างโอกาสให้พ่อแม่ได้รับรู้ ใช้ความอดทนและความพยายามที่จะเปลี่ยนความ คิดท่าน โดยใช้ข้อมูล อาจช้าบ้างเร็วบ้างอยู่ที่ข้อมูล</p>
<p>&#8220;เมื่อถึงวันที่ลูกตัดสินใจแล้วว่าอยากจะเป็นแบบนี้ ผมเชื่อว่าความรักของพ่อแม่พร้อมที่จะฟังลูก&#8221;</p>
<p>อาจารย์ ภาคิไนย กล่าวด้วยว่า การจะเลือกอาชีพใดใน 10 อาชีพสุดฮิพ จะใช่ตัวเราหรือไม่ จะเป็นอาชีพที่เราชอบหรือไม่ คนที่เลือกคือตัวเรา ซึ่งเป็นผู้วาดชีวิตให้ตัวเอง</p>
<p>ต้องเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ต้องรอบรู้ในหลายด้าน</p>
<p>คิดเป็น ไม่ใช่เพ้อฝัน คิดในสิ่งที่ทำได้ ต้องเข้าใจ &#8220;คน&#8221; ต้องมีคุณธรรม ไวและทันต่อความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ทำ ในสิ่งที่ชอบ และชอบในสิ่งที่ทำ เราจะทำได้ดีที่สุด มองทุกอย่างเป็นระบบ ใช้เทคโน โลยีอย่างพลิกแพลง อย่าตีกรอบตัวเอง และต้องรู้จักดีไซน์ชีวิต</p>
<p>บางคนเรียน &#8220;สิ่งที่ชอบ&#8221; แต่อยาก &#8220;รวย&#8221; ด้วย</p>
<p>ถ้า เลือกในสิ่งที่ชอบเรามีความสุข ทำอย่างมีความรักและสร้างสรรค์ จะมองเห็นช่องทาง ลู่ทาง และเราจะเป็นเดอะวินเนอร์ เรื่องเงินจะตามมา เอง แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ ทำสิ่งที่แปลกและแตกต่าง</p>
<p>อยาก ให้พ่อแม่รู้จักและเข้าใจว่าลูกชอบอะไร อยากเป็นอะไร ให้โอกาสเขา เพราะสิ่งที่เรียนคือตัวเขา เมื่อวันหนึ่งไม่มีพ่อแม่อยู่แล้ว เขาจะยืนอยู่ได้บนแข้งขาของเขาได้อย่างมีความสุข</p>
<p>นักเรียนต้องวิ่ง ชนความฝันที่ใกล้ความเป็นจริงของเรา การจะวิ่งได้ต้องฝันว่าอยากเป็นอะไร ขุดความฝันนั้นให้เป็นจริง ดีไซน์และออกแบบว่าสิ่งที่เราฝันนั้นต้องมีองค์ประกอบอะไร</p>
<p>สุดท้ายต้องมีคำว่า DO คือทำสิ่งที่ฝัน</p>
<p>และต้องเชื่อว่า I CAN DO</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/698/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/698/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/698/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/698/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/698/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/698/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/698/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/698/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/698/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/698/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=698&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-10-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/003.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">แนะแนวโจ๋ &#34;คลิก&#34;งานฮิพ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ&#8230;ตอนที่๑</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%91/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%91/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2009 16:14:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply Bussiness Idea]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพสุดฮิพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพในอนาคต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=694</guid>
		<description><![CDATA[แนวโน้มของโลกของกระแสมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเรื่องของอาชีพก็มีการเปลี่ยนไปตามโลก การได้ความเห็นของแต่ละคนในสายอาชีพนั้นจะช่วยให้เยาวชนได้เห็นอนาคตชัดเจนขึ้น&#8230;อ่านมาจากข่าวสด ๑๙ ต.ค.๒๕๕๒ แนะแนวโจ๋ &#8220;คลิก&#8221;งานฮิพ (ตอนแรก)
&#8220;โตขึ้นอยากเป็นอะไร&#8221;
คำถามสุดฮิตที่เอาเข้าจริง &#8220;สิ่งที่อยาก&#8221; กับ &#8220;สิ่งที่เป็น&#8221; กลับสวนทางกัน
ใน งานเสวนา &#8220;อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ&#8221; ในโครงการ &#8220;This&#8221;s my future เลือกที่ใช่ เรียนที่ชอบ&#8221; ซึ่งข่าวสดร่วมกับมูลนิธิไทยคม และวอยส์ทีวี จัดเมื่อวันที่ 10-11 ต.ค. ที่ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ชั้น 6 ศูนย์การ ค้า ดิ เอ็มโพเรียม เชิญ 12 มืออาชีพ 10 สาขาอาชีพ บอกเล่าประสบการณ์ชีวิตฮิพๆ มีเยาวชน ร่วมค้นหาคำตอบเพื่อค้นหาตัวเอง
สำหรับ 10 อาชีพสุดฮิพ จากการสำรวจศึกษา ได้แก่ 1.พลังงาน และสิ่งแวดล้อม 2.อินเตอร์เน็ตและไอที 3.เทคโนโลยีนาโน 4.วิทยา ศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ 5.การเงิน 6.เกษตร กรรม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=694&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_695" class="wp-caption alignnone" style="width: 260px"><img class="size-full wp-image-695" title="แนะแนวโจ๋ &quot;คลิก&quot;งานฮิพ" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/001.jpg?w=250&#038;h=175" alt="แนะแนวโจ๋ &quot;คลิก&quot;งานฮิพ" width="250" height="175" /><p class="wp-caption-text">แนะแนวโจ๋ &quot;คลิก&quot;งานฮิพ</p></div>
<p>แนวโน้มของโลกของกระแสมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเรื่องของอาชีพก็มีการเปลี่ยนไปตามโลก การได้ความเห็นของแต่ละคนในสายอาชีพนั้นจะช่วยให้เยาวชนได้เห็นอนาคตชัดเจนขึ้น&#8230;อ่านมาจาก<a title="แนะแนวโจ๋'คลิก'งานฮิพตอนแรก" href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdNVEU1TVRBMU1nPT0=&amp;sectionid=TURNeE1RPT0=&amp;day=TWpBd09TMHhNQzB4T1E9PQ==" target="_blank">ข่าวสด ๑๙ ต.ค.๒๕๕๒ แนะแนวโจ๋ &#8220;คลิก&#8221;งานฮิพ (ตอนแรก)</a></p>
<p>&#8220;โตขึ้นอยากเป็นอะไร&#8221;</p>
<p>คำถามสุดฮิตที่เอาเข้าจริง &#8220;สิ่งที่อยาก&#8221; กับ &#8220;สิ่งที่เป็น&#8221; กลับสวนทางกัน</p>
<p>ใน งานเสวนา &#8220;อนาคตประเทศไทยกับ 10 อาชีพสุดฮิพ&#8221; ในโครงการ &#8220;This&#8221;s my future เลือกที่ใช่ เรียนที่ชอบ&#8221; ซึ่งข่าวสดร่วมกับมูลนิธิไทยคม และวอยส์ทีวี จัดเมื่อวันที่ 10-11 ต.ค. ที่ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ ชั้น 6 ศูนย์การ ค้า ดิ เอ็มโพเรียม เชิญ 12 มืออาชีพ 10 สาขาอาชีพ บอกเล่าประสบการณ์ชีวิตฮิพๆ มีเยาวชน ร่วมค้นหาคำตอบเพื่อค้นหาตัวเอง</p>
<p>สำหรับ 10 อาชีพสุดฮิพ จากการสำรวจศึกษา ได้แก่ 1.พลังงาน และสิ่งแวดล้อม 2.อินเตอร์เน็ตและไอที 3.เทคโนโลยีนาโน 4.วิทยา ศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ 5.การเงิน 6.เกษตร กรรม 7.อาหารและเครื่องดื่ม 8.ครีเอทีฟและออกแบบ 9.ภาษาและวัฒนธรรม 10.สื่อและการสื่อสารมวลชน</p>
<p><span id="more-694"></span>ขอหยิบยกบางส่วนมานำเสนอ เป็นแนวทาง ให้เพื่อนๆ วัยฮิพเดินสู่สิ่งที่ชอบและใช่</p>
<p>ผศ.ดร.ภคพล จักรพันธุ์ อนุฤทธิ์ มหา วิทยาลัยชินวัตร เซียนภาษาอังกฤษ กล่าวว่าภาษาเป็นพื้นฐานที่จะก้าวไปสู่อาชีพต่างๆ การจะเก่งภาษาไม่จำเป็นต้องไปเรียนในต่างประเทศ เพียงแต่เรามีความขวนขวาย สร้างสภาพแวดล้อมในการสื่อสารต่างภาษา โดยอาจนัดกับกลุ่มเพื่อนว่าในช่วงพักกลางวันจะต้องพูดคุยกันด้วยภาษาอังกฤษ เท่านั้น และต้องมีความกล้า ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิด เมื่อเจอชาวต่างชาติก็กล้าเข้าไปคุยด้วย และควรศึกษาเพิ่มเติมในภาษาอื่นๆ ที่มีการติดต่อสื่อสารกับประเทศของเราด้วย เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น</p>
<p>น.ส.พร ทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กูเกิลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เดิมใฝ่ฝันอยากเรียนแพทย์ แต่เมื่อเอ็นทรานซ์ไม่ติดคณะแพทย์ทำให้มีวันนี้ที่ได้เข้ามาอยู่ในบริษัท อันดับ 1 ของโลกที่คนอยากเข้าทำงานมากที่สุด เพราะเชื่อในศักยภาพของตัวเอง เชื่อในความสามารถ จากนั้นจึงมุ่งมั่นก้าวไปทำงานในสายงานที่อยู่ในความสนใจอย่าง แวดวงเทคโนโลยี</p>
<p>&#8220;คิดไม่ออกบอกกูเกิล เป็นคำนิยามที่บ่งบอกการทำงานของกูเกิล ซึ่งเป็นระบบค้นหาข้อมูลในโลกอินเตอร์เน็ต การเตรียมตัวสำหรับน้องๆ ที่คิดจะเข้ามาทำงานในบริษัทระดับโลก เก่งอย่างเดียงไม่พอ ต้องเชื่อมั่นว่าตนเองมีศักยภาพ และดึงศักยภาพตนเองออกมาใช้ได้อย่างเหมาะสม</p>
<p>เราต้องรู้ก่อนว่าเรา เก่งอะไร และต้องพัฒนาให้ตัวเองเก่งที่สุดในสิ่งเหล่านั้น เช่น การเรียนไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งทุกวิชา แต่ต้องมีสัก 1 วิชาที่จะบอกได้ว่าเราเป็นสุดยอด ไม่อย่างนั้นเราก็จะกลายเป็นคนเก่งแบบเป็ด คือ ทำได้หมดทุกวิชา แต่ไม่เก่งหรือเชี่ยว ชาญเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง</p>
<p>จากนั้นต้องเรียน รู้เพิ่มเติมว่าเทคโนโลยีต่างๆ มีอะไรบ้าง ลงมือทำ และต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ ที่ต้องจำไว้เสมอคือเราไม่ใช่คนเก่ง เพราะตราบใดที่เราไม่มีอีโก้ คิดว่าตัวเองไม่เก่ง ก็จะกล้าถามคนอื่นๆ และซึมซับความรู้ใหม่ๆ ได้&#8221;</p>
<p>นาย สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักโฆษณา และนักเขียน เจ้าของนามปากกา &#8220;นิ้วกลม&#8221; กล่าวว่า &#8220;ผมเชื่อว่าอนาคตจะเป็นของคนที่เชื่อในความฝัน เด็กๆ ผมมีความฝันหลายอย่าง ตั้งแต่อยากเป็นยอดมนุษย์ อยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ เด็กปั๊ม เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ละอาชีพมีความสนุกและพิเศษอยู่ในตัวเอง เพียงแค่เราเปิดตามอง</p>
<p>ช่วงชีวิตม.ปลาย เป็นเหมือนกับเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่ยังหาตัวเองไม่เจอ สิ่งที่ยั่วยุเราให้อยากเป็นนั่นเป็นนี่เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นถ้าเราคิดอยาก จะทำอะไรขอให้ลงมือทำเลย เพราะการได้ทดลองทำจะทำให้เรารู้ว่าเราชอบจริงหรือไม่ การที่เราจะประ สบความสำเร็จได้นั้น คือการได้ใช้ชีวิตอย่างที่เราเป็น ได้ทำในสิ่งที่เป็นตัวเอง ชื่อเสียงเงินทองจะตามมาเอง วิธีหาตัวเองให้เจอคือทดลองทำให้เร็วที่สุด</p>
<p>นางปทุมมาศ ฟูทรัพย์นิรันดร์ ครูแนะแนว โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กล่าวว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือตัวตน ก่อนอื่นคือต้องรู้จักตัวเอง รู้จักความถนัด ความสามารถของเรา จากนั้นต้องก้าวเดินต่อไป สิ่งที่ห่วงมากที่สุดคือการที่พ่อแม่เข้าไปช่วยตัดสินใจแทนลูก บังคับว่าลูกควรเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ อีกทั้งด้วยค่านิยมที่เรียนอะไรก็ได้ แต่ต้องเรียนในมหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศ ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ใฝ่ฝันและพยายามใส่ค่านิยมเหล่านี้ให้ลูก</p>
<p>&#8220;ไม่ อยากให้เด็กๆ และผู้ปกครองไปยึดติดกับสถาบันมากเกินไป ไม่ใช่ว่าเลือกเรียนอะไร คณะอะไรก็ได้ขอให้อยู่ในมหาวิทยาลัยอันดับต้นของประเทศ แต่เข้าไปเรียนแล้วไม่มีความสุข.ค่านิยมเหล่านี้จะทำให้ไม่ค้นพบตัวเอง พลาดโอกาสสำคัญในชีวิต เพราะ ความภูมิใจที่ได้เรียนอยู่ในสถาบันชื่อดังจะอยู่กับเราแค่ช่วงเดียวเท่านั้น เมื่อเรียนแล้วไม่ใช่จะกลับกลายเป็นความทรมานมากกว่า&#8221;</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/694/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/694/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/694/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/694/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/694/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/694/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/694/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/694/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/694/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/694/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=694&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%91/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/001.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">แนะแนวโจ๋ &#34;คลิก&#34;งานฮิพ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กระดูกเทียมจากพลาสติก</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2009 15:41:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_Thai TECH]]></category>
		<category><![CDATA[กระดูกเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มทร.ธัญบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=690</guid>
		<description><![CDATA[งานวิจัยของคนไทยนั้นมีหัวข้อน่าสนใจมากมาย อย่างความคิการผลิตพลาสติกเพื่อมาช่วยในการประสานกระดูกที่หักแล้วสลายตัวเองได้ก็เป็นงานวิจัยที่ไอเดียดี อ่านมาจาก เคาะประตูแคมปัส ในข่าวสด ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒
ผศ.สมหมาย ผิวสะอาด คณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (มทร.ธัญบุรี) ที่ใช้กระดูกเทียมฝังเข้าไปในร่างกาย โดยผศ.สมหมาย กล่าวว่า โดยปกติ กระดูกเทียมที่ฝังเข้าไปในร่างกายจะต้องถูกผ่าออกเมื่อกระดูกจริงงอกขึ้นมา ใหม่ซึ่งคนไข้ต้องผ่าตัดหลายครั้ง แต่สำหรับกระดูกเทียมที่ย่อยสลายได้จะช่วยลดขั้นตอนการรักษา เพราะแพทย์จะผ่าตัดใส่กระดูกเทียมเพียงครั้งเดียว จากนั้นกระดูกเทียมจะค่อยๆ ย่อยสลายในร่างกายพร้อมๆ กับเซลล์กระดูกใหม่งอกขึ้นมาแทนกระดูกเทียมในที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ระหว่างการหาทีมแพทย์ที่สนใจนำผลงานไปศึกษาและทดสอบ เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
&#8220;กระดูกเทียมจาก พลาสติกชีวภาพเป็น การสังเคราะห์พลาสติกพอลิแล็กติกแอซิด (PLA)และไฮดรอกซี่อะพาไทท์(HAP) ด้วย กระบวนการไฮโดรเทอร์มอล ซึ่งได้คุณสมบัติเป็นที่น่าพอใจ พลาสติกที่ได้ คือสามารถรับน้ำหนักได้ดี ย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ในร่างกายโดยไม่มีการต่อต้านใดๆ ในร่างกาย&#8221; อัตราส่วนผสมการขึ้นรูประหว่าง HAP:PLA ที่เหมาะสมคือ 40:60 ซึ่งมีความทนทาน รับน้ำหนักได้ดี ทั้งนี้ ในส่วนผสมดังกล่าวจะไม่ละลายในตัวทำละลาย ข้อดีคือ ในกระบวนการขึ้นรูปกระดูกเทียมเราจึงใช้วิธีการขึ้นรูปเชิงกล ซึ่งนอก จากรับน้ำหนักได้ดี ได้มาตรฐานเชิงพลาสติกแล้ว ยังไม่มีสารตกค้างอีกด้วย&#8221;
ผศ.สม หมาย กล่าวอีกว่า โครงการนี้ได้รับทุนวิจัยจากสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=690&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_691" class="wp-caption alignnone" style="width: 260px"><img class="size-full wp-image-691" title="กระดูกเทียมจากพลาสติกชีวภาพ" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/edu10201052p1.jpg?w=250&#038;h=240" alt="กระดูกเทียมจากพลาสติกชีวภาพ" width="250" height="240" /><p class="wp-caption-text">กระดูกเทียมจากพลาสติกชีวภาพ</p></div>
<p>งานวิจัยของคนไทยนั้นมีหัวข้อน่าสนใจมากมาย อย่างความคิการผลิตพลาสติกเพื่อมาช่วยในการประสานกระดูกที่หักแล้วสลายตัวเองได้ก็เป็นงานวิจัยที่ไอเดียดี อ่านมาจาก <a title="เคาะประตูแคมปัส" href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFpIVXhNREl3TVRBMU1nPT0=&amp;sectionid=TURNeE5RPT0=&amp;day=TWpBd09TMHhNQzB5TUE9PQ==" target="_blank">เคาะประตูแคมปัส ในข่าวสด ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๒</a></p>
<p><span style="font-size:small;"><strong>ผศ.สมหมาย ผิวสะอาด </strong>คณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (มทร.ธัญบุรี) ที่ใช้กระดูกเทียมฝังเข้าไปในร่างกาย โดยผศ.สมหมาย กล่าวว่า โดยปกติ กระดูกเทียมที่ฝังเข้าไปในร่างกายจะต้องถูกผ่าออกเมื่อกระดูกจริงงอกขึ้นมา ใหม่ซึ่งคนไข้ต้องผ่าตัดหลายครั้ง แต่สำหรับกระดูกเทียมที่ย่อยสลายได้จะช่วยลดขั้นตอนการรักษา เพราะแพทย์จะผ่าตัดใส่กระดูกเทียมเพียงครั้งเดียว จากนั้นกระดูกเทียมจะค่อยๆ ย่อยสลายในร่างกายพร้อมๆ กับเซลล์กระดูกใหม่งอกขึ้นมาแทนกระดูกเทียมในที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยกำลังอยู่ระหว่างการหาทีมแพทย์ที่สนใจนำผลงานไปศึกษาและทดสอบ เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>&#8220;กระดูกเทียมจาก พลาสติกชีวภาพเป็น การสังเคราะห์พลาสติกพอลิแล็กติกแอซิด (PLA)และไฮดรอกซี่อะพาไทท์(HAP) ด้วย กระบวนการไฮโดรเทอร์มอล ซึ่งได้คุณสมบัติเป็นที่น่าพอใจ พลาสติกที่ได้ คือสามารถรับน้ำหนักได้ดี ย่อยสลายได้ด้วยเอนไซม์ในร่างกายโดยไม่มีการต่อต้านใดๆ ในร่างกาย&#8221; อัตราส่วนผสมการขึ้นรูประหว่าง HAP:PLA ที่เหมาะสมคือ 40:60 ซึ่งมีความทนทาน รับน้ำหนักได้ดี ทั้งนี้ ในส่วนผสมดังกล่าวจะไม่ละลายในตัวทำละลาย ข้อดีคือ ในกระบวนการขึ้นรูปกระดูกเทียมเราจึงใช้วิธีการขึ้นรูปเชิงกล ซึ่งนอก จากรับน้ำหนักได้ดี ได้มาตรฐานเชิงพลาสติกแล้ว ยังไม่มีสารตกค้างอีกด้วย&#8221;</p>
<p><strong>ผศ.สม หมาย กล่าวอีกว่า โครงการนี้ได้รับทุนวิจัยจากสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปี 2551 ซึ่งทีมวิจัยไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ เพราะเราได้มีโครงการวิจัยและพัฒนาต่อยอดด้านการขึ้นรูป เพื่อให้ได้กระดูกเทียมพลาสติกที่มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานสูงสุด </strong></span></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/690/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/690/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/690/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/690/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/690/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/690/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/690/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/690/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/690/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/690/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=690&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/edu10201052p1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">กระดูกเทียมจากพลาสติกชีวภาพ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>กลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Oct 2009 15:35:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_The Health]]></category>
		<category><![CDATA[กลูเต็นในแป้ง]]></category>
		<category><![CDATA[พสวท.]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเจ]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อสัตว์เทียม]]></category>
		<category><![CDATA[แป้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=684</guid>
		<description><![CDATA[จากการศึกษาปริมาณกลูเต็นในแป้งจะช่วยในการผลิตเนื้อสัตว์เทียมที่มีคุณค่า ผลงานจากนักเรียนในโครงการ พสวท. เป็นงานที่น่าสนใจเพื่อนำไปพัฒนาอาหารเจที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่ามากขึ้น อ่านมาจากคอลัมภ์ไอคิวทะลุฟ้า ข่าวสด ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๒
เทศกาล กินเจ งานบุญของคนไทยทั่วหน้า เคยสงสัยหรือไม่ว่านอกจากผักที่ถือเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารเจแล้ว บรรดาเนื้อสัตว์เทียมทั้งหลายที่มีหน้าตาน่ารับประทาน และสร้างสีสันให้อาหารเจทุกจานนั้นมาจากอะไรกันแน่
จริงๆ แล้วอาหารจำพวกเนื้อเทียมต่างๆ เช่น ลูกชิ้นเจ หมูสับเจ ไส้หมูเจ หมูยอเจ ที่เราเห็นกันนั้น ผลิตมาจาก &#8220;กลูเต็น&#8221; ซึ่งใช้ทดแทนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นเพียงเส้นใยโปรตีนเหนียวที่ได้จากกระบวนการผลิตจากแป้งสาลี แต่เป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ แถมยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายไม่ครบถ้วน หากรับประทานไปนานๆ อาจทำให้ขาดสารอาหาร อีกทั้งผู้บริโภคบางกลุ่มที่แพ้โปรตีนจากแป้งสาลีก็ไม่สามารถรับประทานเนื้อ เทียมเหล่านี้ได้
ด้วยความเป็นคนชอบอาหารเจเป็นทุนเดิม ประกอบกับความช่างสังเกต น.ส.ธนาภรณ์ วังศานุตร หรือน้องกิ๊ฟ นักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (พสวท.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) คนเก่งจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ จึงศึกษาเนื้อเทียมต่างๆ จนพบข้อด้อยต่างๆ ของกลูเต็น 


จาก นั้นจึงทดลองทำโครงงานศึกษาวิเคราะห์ปริมาณกลูเต็นในแป้งชนิดต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของกลูเต็นให้มีปริมาณโปรตีนมากขึ้นและผลิตกลูเต็นที่มี ราคาถูกได้จากแป้งชนิดอื่น เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคอาหารเจ และเป็นทางเลือกในการหาแป้งชนิดอื่นมาทำกลูเต็นสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แป้ง สาลีได้
ในการทำโครงงานครั้งนี้ กิ๊ฟได้วิเคราะห์ปริมาณโปรตีนแป้งทั้งสิ้น 7 ชนิด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=684&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_686" class="wp-caption alignnone" style="width: 210px"><img class="size-full wp-image-686" title="ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/you01211052p1.jpg?w=200&#038;h=290" alt="ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม" width="200" height="290" /><p class="wp-caption-text">ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</p></div>
<p>จากการศึกษาปริมาณกลูเต็นในแป้งจะช่วยในการผลิตเนื้อสัตว์เทียมที่มีคุณค่า ผลงานจากนักเรียนในโครงการ พสวท. เป็นงานที่น่าสนใจเพื่อนำไปพัฒนาอาหารเจที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่ามากขึ้น อ่านมาจากคอลัมภ์<a title="คอลัมภ์ไอคิวทะลุฟ้า" href="http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdNVEl4TVRBMU1nPT0=&amp;sectionid=TURNeE1RPT0=&amp;day=TWpBd09TMHhNQzB5TVE9PQ==" target="_blank">ไอคิวทะลุฟ้า ข่าวสด ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๒</a></p>
<p><span style="font-size:small;">เทศกาล กินเจ งานบุญของคนไทยทั่วหน้า เคยสงสัยหรือไม่ว่านอกจากผักที่ถือเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารเจแล้ว บรรดาเนื้อสัตว์เทียมทั้งหลายที่มีหน้าตาน่ารับประทาน และสร้างสีสันให้อาหารเจทุกจานนั้นมาจากอะไรกันแน่</p>
<p>จริงๆ แล้วอาหารจำพวกเนื้อเทียมต่างๆ เช่น ลูกชิ้นเจ หมูสับเจ ไส้หมูเจ หมูยอเจ ที่เราเห็นกันนั้น ผลิตมาจาก &#8220;กลูเต็น&#8221; ซึ่งใช้ทดแทนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นเพียงเส้นใยโปรตีนเหนียวที่ได้จากกระบวนการผลิตจากแป้งสาลี แต่เป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ แถมยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายไม่ครบถ้วน หากรับประทานไปนานๆ อาจทำให้ขาดสารอาหาร อีกทั้งผู้บริโภคบางกลุ่มที่แพ้โปรตีนจากแป้งสาลีก็ไม่สามารถรับประทานเนื้อ เทียมเหล่านี้ได้</p>
<p><span id="more-684"></span>ด้วยความเป็นคนชอบอาหารเจเป็นทุนเดิม ประกอบกับความช่างสังเกต น.ส.ธนาภรณ์ วังศานุตร หรือน้องกิ๊ฟ นักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (พสวท.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) คนเก่งจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ จึงศึกษาเนื้อเทียมต่างๆ จนพบข้อด้อยต่างๆ ของกลูเต็น </span></p>
<p><span style="font-size:small;"></p>
<div id="attachment_687" class="wp-caption alignnone" style="width: 210px"><span><img class="size-full wp-image-687" title="ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/you01211052p2.jpg?w=200&#038;h=150" alt="ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม" width="200" height="150" /></span><p class="wp-caption-text">ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</p></div>
<p></span></p>
<p><span style="font-size:small;">จาก นั้นจึงทดลองทำโครงงานศึกษาวิเคราะห์ปริมาณกลูเต็นในแป้งชนิดต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพของกลูเต็นให้มีปริมาณโปรตีนมากขึ้นและผลิตกลูเต็นที่มี ราคาถูกได้จากแป้งชนิดอื่น เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภคอาหารเจ และเป็นทางเลือกในการหาแป้งชนิดอื่นมาทำกลูเต็นสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แป้ง สาลีได้</p>
<p>ในการทำโครงงานครั้งนี้ กิ๊ฟได้วิเคราะห์ปริมาณโปรตีนแป้งทั้งสิ้น 7 ชนิด ได้แก่ แป้งข้าวเหนียวดำ แป้งเท้ายายม่อม แป้งมัน แป้งข้าวโพด แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งข้าวเหนียว โดยมีวิธีจับกับสี coomassie โดยเตรียมแป้งแต่ละชนิดแล้วเติม coomassie reagent เมื่อสี coomassie จับกับโปรตีนสีจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีออกน้ำเงิน ซึ่งสามารถดูดกลืนแสงได้ และมีค่าที่แปรผันตรงกับความเข้มข้นของโปรตีนในสารละลายตัวอย่าง</span></p>
<p><span style="font-size:small;"></p>
<div id="attachment_688" class="wp-caption alignnone" style="width: 210px"><span><img class="size-full wp-image-688" title="ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/you01211052p3.jpg?w=200&#038;h=133" alt="ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม" width="200" height="133" /></span><p class="wp-caption-text">ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</p></div>
<p></span></p>
<p><span style="font-size:small;">ผล การทดลองพบว่า แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า และแป้งสาลี เป็นแป้ง 3 ชนิดที่มีปริมาณโปรตีนสูงสุด 3 อันดับแรก แต่เมื่อนำแป้งทั้ง 3 ชนิดไปทำกลูเต็น กลับพบว่าแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้า ไม่สามารถทำเป็นกลูเต็นได้ เนื่องจากแป้งทั้ง 2 ชนิดนี้ขาดโปรตีนชนิดสำคัญคือ glntenin และ gliadin ที่เมื่อรวมตัวกับน้ำแล้วจะช่วยทำให้เกิดกลูเต็น</p>
<p>แม้ว่าการทดลองครั้งนี้จะไม่สามารถหาแป้งชนิดอื่นมาทำกลูเต็นแทนแป้งสาลีได้ แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาต่อไปกับแป้งชนิดอื่น และยังทำให้รู้ว่ายังมีแป้งชนิดอื่นที่มีโปรตีนมากกว่าแป้งสาลี หากสามารถพัฒนาวิธีการผลิตกลูเต็นจากแป้งชนิดอื่นๆ เช่น แป้งถั่วเหลือง แป้งถั่วเขียวได้แล้ว เราคงได้รับประทานเนื้อสัตว์เทียมที่มีปริมาณกรดอะมิโนที่จำเป็นมากขึ้น เพิ่มคุณค่าสารอาหารในเทศกาลกินเจ</p>
<p>วิชาที่กิ๊ฟถนัดมากที่สุดคือชีววิทยา เพราะเป็นวิชาที่สนุก น่าสนใจ มีความเชื่อมโยงกับทุกๆ วิชาและทุกๆ เรื่องในชีวิตเรา โดยเฉพาะปฏิสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์น่าค้นหา สามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินไปได้พร้อมๆ กัน</p>
<p>กิ๊ฟตั้งใจไว้ว่าอนาคตจะเป็นนักวิทยาศาสตร์</span></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/684/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/684/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/684/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/684/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/684/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/684/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/684/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/684/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/684/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/684/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=684&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/24/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/you01211052p1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/you01211052p2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/you01211052p3.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ศึกษากลูเต็นในแป้งผลิตเนื้อสัตว์เทียม</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เตาเผาถ่าน200ลิตร..ราคาถูก ผลผลิตสูง</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/15/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99200%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/15/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99200%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Oct 2009 03:39:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_Thai TECH]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรพอเพียง]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรยุคใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรแนวใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เตาเผาถ่าน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=674</guid>
		<description><![CDATA[ในคอลัมภ์หน้าการเกษตรของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ทุกวันจันทร์ เป็นคอลัมภ์ที่นำความรู้ทั้งการเกษตรที่น่าสนใจและการประยุกต์เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง อย่างการทำเตาเผาถ่านเพื่อให้ได้ทั้งน้ำส้มควันที่นำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้มากมายและได้ถ่านคุณภาพสูง ควันน้อยและให้ความร้อนได้ดีและสม่ำเสมอ  อย่างบทความเรื่องเตาถ่านนี้ก็นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ ลองอ่านดูครับ
แม้ปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์ที่เอื้ออำนวยความสะดวกที่ได้มาจากพัฒนาด้าน เทคโนโลยีมามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นก็ตาม แต่ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า ผู้คนมาหันให้ความสำคัญในการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ย้อนยุคกลับมาให้ความสำคัญภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างที่บ้านหอก หมู่ 4 ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ กว่า 60 ครัวเรือน นำเอาถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร มาผลิตเป็นเตาถ่านมาใช้เองในครัว ที่เหลือนำไปขายเพื่อเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง
พุทธา พาสมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหอก ต.ศรีสุข บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปอบรมเรื่องการเผาถ่านด้วยถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเตาถัง 200 ลิตร เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ประกอบกับได้สนับสนุนเรื่องของความพอเพียงการพึ่งพาตนเองสำนักเปิดรับทั่วไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เมื่อกลับมาจึงมาบอกกล่าวกับลูกบ้าน แนะนำให้ทำเตาถัง 200 ลิตร ใช้ในแต่ละครัวเรือน ซึ่งปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดี เนื่องจากการทำเตาถัง 200 ลิตร ใช้ต้นทุนในการทำเพียง 400-500 บาทเท่านั้น เพราะใช้ถังเก่าที่ทิ้งแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาทำให้ได้ปริมาณถ่านมาก ใช้เวลาในการเผาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=674&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div class="wp-caption alignnone" style="width: 490px"><img title="เตาเผาถ่าน๒๐๐ลิตร" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/e0b980e0b895e0b8b201.jpg?w=480&#038;h=360" alt="" width="480" height="360" /><p class="wp-caption-text">เตาเผาถ่าน๒๐๐ลิตร</p></div>
<p>ในคอลัมภ์หน้าการเกษตรของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ทุกวันจันทร์ เป็นคอลัมภ์ที่นำความรู้ทั้งการเกษตรที่น่าสนใจและการประยุกต์เพื่อเศรษฐกิจพอเพียง อย่างการทำเตาเผาถ่านเพื่อให้ได้ทั้งน้ำส้มควันที่นำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้มากมายและได้ถ่านคุณภาพสูง ควันน้อยและให้ความร้อนได้ดีและสม่ำเสมอ  อย่าง<a title="เตาเผาถ่าน 200 ลิตร" href="http://www.komchadluek.net/detail/20091007/31446/%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99200%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87.html" target="_blank">บทความเรื่องเตาถ่าน</a>นี้ก็นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ ลองอ่านดูครับ</p>
<p>แม้ปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์ที่เอื้ออำนวยความสะดวกที่ได้มาจากพัฒนาด้าน เทคโนโลยีมามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้นก็ตาม แต่ในยุคนี้ต้องยอมรับว่า ผู้คนมาหันให้ความสำคัญในการดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ย้อนยุคกลับมาให้ความสำคัญภูมิปัญญาชาวบ้าน อย่างที่บ้านหอก หมู่ 4 ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ กว่า 60 ครัวเรือน นำเอาถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร มาผลิตเป็นเตาถ่านมาใช้เองในครัว ที่เหลือนำไปขายเพื่อเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><span id="more-674"></span>พุทธา พาสมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหอก ต.ศรีสุข บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปอบรมเรื่องการเผาถ่านด้วยถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าเตาถัง 200 ลิตร เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ประกอบกับได้สนับสนุนเรื่องของความพอเพียงการพึ่งพาตนเองสำนักเปิดรับทั่วไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เมื่อกลับมาจึงมาบอกกล่าวกับลูกบ้าน แนะนำให้ทำเตาถัง 200 ลิตร ใช้ในแต่ละครัวเรือน ซึ่งปรากฏว่าได้ผลตอบรับที่ดี เนื่องจากการทำเตาถัง 200 ลิตร ใช้ต้นทุนในการทำเพียง 400-500 บาทเท่านั้น เพราะใช้ถังเก่าที่ทิ้งแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาทำให้ได้ปริมาณถ่านมาก ใช้เวลาในการเผาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อนำไปหุงต้มอาหารจะมีควันน้อยหรือมีเพียงเจือจาง</p>
<p>&#8220;ผู้ที่สนใจเราจะมีเงินสนับสนุนให้แก่ลูกบ้านที่สนใจจำนวนเงิน 100 บาท แม้จะไม่มาก แต่ก็ช่วยดึงความสนใจให้ลูกบ้านได้ง่ายขึ้น ตอนนี้หมู่บ้านผมมีทั้งหมด 187 หลังคาเรือน มีครัวเรือนที่หันมาใช้เตาถัง 200 ลิตร จำนวน 60 ครัวเรือน และจะมีการขยายหรือชักชวนให้ครัวเรือนที่เหลือหันมาใช้เตาถัง 200 ลิตรกันให้มากที่สุด พร้อมจะรณรงค์ให้ใช้ถ่านที่ได้จากการเผาด้วยถัง 200 ลิตร มาหุงต้มอาหารให้มากที่สุดด้วย ถ่านที่ได้มาส่วนใหญ่จะเก็บไว้ใช้เอง หากเหลือเพียงพอแล้ว ต่อไปหมู่บ้านของผมจะเป็นแหล่งใหญ่ที่ผลิตถ่าน&#8221; พุทธา กล่าว</p>
<p>ผู้ใหญ่บ้านบ้านหอก บอกอีกว่า การรณรงค์ให้ชาวบ้านผลิตเตาเผาถ่านจากถัง 200 ลิตร ไม่สร้างปัญหาที่จะทำให้มีการตัดไม้ทำลายป่า จะใช้รากไม้ เศษไม้กิ่งไม้ที่ได้จากหัวไร่ปลายนามาเผาเป็นถ่าน หรือจะไปซื้อเศษไม้ยูคาลิปตัสที่โรงงานคัดทิ้งเอามาใช้ด้วยได้ เพราะการเผาแบบใหม่นี้ จะได้ถ่านในปริมาณมาก ไม่ต้องตัดต้นไม้ใหญ่เหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ถ่านที่ได้มีควันน้อย ช่วยลดมลภาวะที่รบกวนชุมชนได้ดีด้วย</p>
<p>นอกจากจะได้ถ่านแล้ว ผลพลอยได้จากเตาถังน้ำ 200 ลิตร คือ น้ำส้มควันไม้ (Wood Vinegar) ซึ่งมาจากกระบวนการเผาถ่าน โดยน้ำส้มควันไม้เกิดขึ้นจากขั้นตอนการใช้ความร้อนเพื่อไล่ความชื้นในเนื้อ ไม้ ซึ่งความชื้นนี้เองได้กลั่นตัวเป็นไอน้ำและกลายเป็นหยดน้ำ ปริมาณน้ำส้มควันไม้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อไม้ที่ใส่ลงในเตาเผาตอน แรกว่าไม้มีความสดมากน้อยเพียงใด หากเนื้อไม้มีความสดมากก็จะได้น้ำส้มควันไม้ปริมาณมาก หากเนื้อไม้มีความสดน้อยก็จะได้น้ำส้มควันไม้ปริมาณน้อย</p>
<p>สรรพคุณของน้ำส้มควันไม้นั้น ได้สารพัดประโยชน์ เช่น ใช้เป็นสารปรับปรุงดิน เป็นสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ใช้รักษาโรคพืชบางชนิด ใช้เพื่อเร่งการงอกและการเจริญเติบโตของพืช ฆ่าเชื้อโรคและฆ่าเชื้อรา หรือจะฉีดพ่นคอกสัตว์ ลดกลิ่นอับในคอกได้เช่นกัน โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี นอกจากนี้ยังใช้รักษาแผลสด แผลถูกน้ำร้อน รักษาโรคน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง มีความเหนียวติดไฟง่ายและมีกลิ่นฉุนมาก สามารถนำไปเทลงในหลุมเสาบ้าน ทาผิวไม้ก่อนสร้างบ้าน ป้องกันแมลงจำพวกปลวก มอด ทำลายเนื้อไม้ได้ หรือผสมผงถ่านกับน้ำมันดิน  สามารถนำไปโรยรอบอาคารเพื่อป้องกันสัตว์ต่างๆ เช่น มด ปลวก ตะขาบ ฯลฯ ไม่ให้เข้ามาในบ้านได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ก็นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ ผู้คนต้องยึดหลักในการประหยัดและความพอเพียงในการดำรงชีพ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/674/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/674/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/674/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/674/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/674/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/674/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/674/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/674/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/674/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/674/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=674&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/15/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99200%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/e0b980e0b895e0b8b201.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">เตาเผาถ่าน๒๐๐ลิตร</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การขาดธาตุสังกะสี&#8230;ปัญหาสุขภาพของเด็กไทย</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 03:11:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_The Health]]></category>
		<category><![CDATA[ขาดธาตุสังกะสี]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=669</guid>
		<description><![CDATA[จากหัวข้อการประชุมเรื่อง&#8221;Zinc For Life&#8221; และได้นำมาพิมพ์เป็นกรอบเล็กๆในหน้าวิทยาการของหนังสือพิมพ์ข่าวสดเมื่อ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ได้พูดถึงความสำคัญของธาตุสังกะสี
นัก โภชนาการชั้นนำเผยประเทศไทยยังมีปัญหาภาวะประชากรขาดแร่ธาตุสังกะสี หรือ &#8220;ซิงก์&#8221; (Zinc) พร้อมแนะวิธีเลือกบริโภคอาหารอุดมสังกะสีสร้างเสริมสุขภาพ
เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยและสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ ร่วมกับ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ประกอบธุรกิจเหมืองและถลุงแร่สังกะสีรายใหญ่ของไทย จัดงานบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างธาตุสังกะสีต่อภาวะโภชนาการของ เยาวชน ในหัวข้อ &#8220;Zinc for Life&#8221; (สังกะสีกับชีวิต) ณ ศูนย์ประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
นัก โภชนาการชั้นนำเผยประเทศไทยยังมีปัญหาภาวะประชากรขาดแร่ธาตุสังกะสี หรือ &#8220;ซิงก์&#8221; (Zinc) พร้อมแนะวิธีเลือกบริโภคอาหารอุดมสังกะสีสร้างเสริมสุขภาพ
เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยและสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ ร่วมกับ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ประกอบธุรกิจเหมืองและถลุงแร่สังกะสีรายใหญ่ของไทย จัดงานบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างธาตุสังกะสีต่อภาวะโภชนาการของ เยาวชน ในหัวข้อ &#8220;Zinc for Life&#8221; (สังกะสีกับชีวิต) ณ ศูนย์ประชุมไบเทค กรุงเทพฯ
ในงานนี้ มีนักโภชนาการระดับโลกร่วมขึ้นเวที [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=669&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_671" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><img class="size-full wp-image-671" title="อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/zinc1.jpg?w=500&#038;h=416" alt="อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง" width="500" height="416" /><p class="wp-caption-text">อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง</p></div>
<p>จากหัวข้อการประชุมเรื่อง&#8221;Zinc For Life&#8221; และได้นำมาพิมพ์เป็นกรอบเล็กๆในหน้าวิทยาการของหนังสือพิมพ์ข่าวสดเมื่อ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ได้พูดถึงความสำคัญของธาตุสังกะสี</p>
<p>นัก โภชนาการชั้นนำเผยประเทศไทยยังมีปัญหาภาวะประชากรขาดแร่ธาตุสังกะสี หรือ &#8220;ซิงก์&#8221; (Zinc) พร้อมแนะวิธีเลือกบริโภคอาหารอุดมสังกะสีสร้างเสริมสุขภาพ</p>
<p>เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยและสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ ร่วมกับ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ประกอบธุรกิจเหมืองและถลุงแร่สังกะสีรายใหญ่ของไทย จัดงานบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างธาตุสังกะสีต่อภาวะโภชนาการของ เยาวชน ในหัวข้อ &#8220;Zinc for Life&#8221; (สังกะสีกับชีวิต) ณ ศูนย์ประชุมไบเทค กรุงเทพฯ</p>
<p><span id="more-669"></span>นัก โภชนาการชั้นนำเผยประเทศไทยยังมีปัญหาภาวะประชากรขาดแร่ธาตุสังกะสี หรือ &#8220;ซิงก์&#8221; (Zinc) พร้อมแนะวิธีเลือกบริโภคอาหารอุดมสังกะสีสร้างเสริมสุขภาพ</p>
<p>เมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยและสมาพันธ์โภชนาการนานาชาติ ร่วมกับ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ประกอบธุรกิจเหมืองและถลุงแร่สังกะสีรายใหญ่ของไทย จัดงานบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างธาตุสังกะสีต่อภาวะโภชนาการของ เยาวชน ในหัวข้อ &#8220;Zinc for Life&#8221; (สังกะสีกับชีวิต) ณ ศูนย์ประชุมไบเทค กรุงเทพฯ</p>
<p>ในงานนี้ มีนักโภชนาการระดับโลกร่วมขึ้นเวที ได้แก่ ศ.ดร.เคนเนธ บราวน์ นักโภชนาการมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของธาตุสังกะสีนานาชาติ (ไอซิงก์) และ ศ.โรซาลินด์ กิ๊บสัน จากมหาวิทยาลัยโอตาโก นิวซีเเลนด์</p>
<p>ศ.ดร.บราวน์ กล่าวถึงความสำคัญของธาตุสังกะสีกับโภชนาการ ว่า &#8220;ธาตุสังกะสี&#8221; เป็นส่วนประกอบสำคัญในเมทัลโลโปรตีนช่วยรักษารูปร่างของโปรตีนไว้ โปรตีนประเภทดังกล่าว คือ ประเภทที่ต้องการแร่ธาตุในฐานะโคแฟ็กเตอร์ (ปัจจัยร่วม) โดยทำงานในกระบวนการสำคัญของร่างกายหลากหลายกระบวนการ เช่น ทำงานเป็นเอนไซม์ที่ช่วยในกระบวนการเผาผลาญ, การสร้างฮอร์โมนบางชนิด, กระบวนการถอดรหัสสารพันธุกรรม ไปจนถึงการเก็บสะสมสารต่างๆ ที่ร่างกายต้องการ หากร่างกายปราศจากแร่ธาตุ เช่น สังกะสี เมทัลโลโปรตีนจะไม่ทำงาน ส่งผลให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอทำให้เป็นโรคติดเชื้อง่าย รูปร่างแคระแกร็น</p>
<p>&#8220;ข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลกระบุว่าการมี กลุ่มเด็กแคระแกร็นในปริมาณสูงกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 40 ถือว่าผิดปกติและหมายความว่ามีความเสี่ยงต่อการที่กลุ่มดังกล่าวจะมีภาวะขาด แร่ธาตุสังกะสี โดยพบมากในทวีปแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณเด็กทั่วโลก ในส่วนของไทยนั้น คณะกรรมการไอซิงก์จัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงปานกลาง โดยจากการศึกษาระหว่างปี 2548 ถึง 2549 พบกลุ่มผู้มีภาวะขาดแร่ธาตุสังกะสีในปริมาณที่มากที่สุดทางภาคใต้ ตามด้วยอีสาน&#8221; ศ.ดร.บราวน์ ระบุ</p>
<p>ศ.กิ๊บสัน เพิ่มเติมถึงรายละเอียดของการวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุของการขาดธาตุสังกะสีใน ภาคอีสานว่า คนไทยในพื้นที่บริโภคข้าวเหนียวเป็นหลัก ซึ่งการจะนำมาบริโภคได้ต้องผ่านกระ บวนการที่ทำให้สูญเสียแร่ธาตุสังกะสี เช่น การแช่น้ำค้างคืนและการนึ่ง เป็นต้น ประกอบกับดินทางภาคอีสานขาดธาตุสังกะสีทำให้พืชอย่างข้าวมีแร่ธาตุดังกล่าว น้อยตามไปด้วย ขณะที่แร่ธาตุสังกะสีนั้นพบมากในหมู ปลา ไก่ หอยนางรม และเครื่องในอย่างตับไก่</p>
<p>นอกจากนั้น ศ.กิ๊บสัน ยังนำเสนอยุทธศาสตร์หลักๆ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น ส่งเสริมการรับประทานอาหารเสริม การเสริมแร่ธาตุในอาหารโดยผู้ผลิตอาหาร และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารของชาวบ้าน เช่น หันมาทานอาหารปรุงจากเนื้อสัตว์มากขึ้น และใช้ปุ๋ยที่มีแร่ธาตุสังกะสีในปริมาณสูง</p>
<p>สำหรับเด็กแรกเกิด ควรรณรงค์การให้มารดาให้นมบุตรไปจนเด็กมีอายุ 6 เดือน และให้ต่อไปจนเด็กอายุครบ 2 ปี เพราะในน้ำนมมารดามีธาตุสังกะสีสูง</p>
<p><span style="font-size:small;"><strong><strong>เสริมท้ายว่า&#8230;.</strong></strong></span>อาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีสูง ได้แก่</p>
<p>#อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ ไข่และนม รวมทั้งธัญพืช โดยร่างกายจะดูดซึมสังกะสีจาก โปรตีนของสัตว์ได้ดีกว่าธัญพืช เพราะสังกะสีในธัญพืชมักอยู่ที่เยื่อหุ้มเมล็ด ซึ่งมักถูกขัดให้หลุดไป และในเส้นใยอาหารจากธัญพืช จะมีสารไฟเทตที่สามารถยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุใด้หลายชนิด ดังนั้นในชาวมังสวิรัติที่ไม่กินนมและไข่ มักจะต้องรับประทานแร่ธาตุสังกะสีเสริม<br />
# ไม่พบว่าการรับประทานอาหารที่มีสังกะสีมากๆ จะเกิดการสะสมหรือเป็นพิษต่อร่างกายได้ นอกจากคนที่ได้รับอาหารเสริมที่มีสังกะสีปริมาณมากๆ และต่อเนื่องเป็นเวลานาน</p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="2" width="100%">
<tbody>
<tr valign="top">
<td colspan="2"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/669/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/669/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/669/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=669&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/zinc1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทักษะจำเป็นในโลกปัจจุบัน&#8230;การคิดเป็น</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 02:46:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_The Health]]></category>
		<category><![CDATA[การคิดเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[คิดถูกต้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะจำเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกลูก]]></category>
		<category><![CDATA[สอนลูก]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมาทิฏฐิ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กยุคใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โลกปัจจุบัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=663</guid>
		<description><![CDATA[ได้อ่านข้อเขียนของดร.แพง ชินพงศ์ในผู้จัดการออนไลน์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ เห็นด้วยว่า ทักษะที่สำคัญของคนยุคใหม่ เด็กรุ่นใหม่คือ การรู้จักคิดให้เป็น และต้องเน้นไปที่การคิดไปในทางที่ถูกต้อง เอาความดีเอาความถูกต้องและจริยธรรมมนุษยธรรมเป็นหลัก ชีวิตจึงจะดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือการมีแบบอย่างให้เด็กเห็น นั่นคือหน้าที่ของพ่อแม่ในการเป็นตัวอย่างให้ลูก ชีวิตจะประคองให้ตลอดรอดฝั่งได้ ไม่ตกอับไม่ลำบากเมื่อมีทักษะชีวิตที่ถูกต้อง.การรู้จักคิดนั้นจึงจะเป็นเพื่อนที่ประคองลูกของเราให้ดำรงอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง. หลายศาสนาบอกไว้ในคำสอนเสมอว่า ปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตให้ดีให้ถูกต้อง ทั้งพระพุทธศาสนา ศาสนายิว หรือคริสต์เองก็พูดเป็นเรื่องปัญญา&#8230;..การรู้จักคิด คิดให้ถูกต้อง นั้นเป็นเรื่องเดียวกับ&#8217;สัมมาทิฏฐิ&#8216; อันเป็นเรื่องสำคัญ  เป็นจุดเริ่มต้นของมรรค ๘ อันเป็นทางสู่เป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
โลกในปัจจุบันเป็นโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สภาพแวดล้อม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านต่างๆเหล่านี้ทำให้คนอย่างเราๆต้อง ปรับตัวตามให้ทันอยู่เสมอเพื่อจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างไม่เป็นปัญหา และคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่คนในโลกปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเพื่อให้มี ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขก็คือ “การคิดเป็น”

“การคิดเป็น” เป็นการใช้ทักษะการคิดในทุกรูปแบบและเป็นการคิดในเชิงบวก โดยหลักแล้วการกระทำต่างๆจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ความคิดของเรา ถ้าคิดดีก็ทำดี ถ้าคิดไม่ดีก็ทำไม่ดี ซึ่งเมื่อการคิดเป็น เป็นการคิดในทางที่ดีมีประโยชน์ จึงทำให้เกิดเป็นการกระทำออกมาในทางที่ดีเช่นกัน ดัง นั้น การคิดเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนอยู่ในสังคมอย่างราบรื่น เพราะไม่ว่าจะต้องอยู่ในสภาวการณ์ใดก็แล้วแต่ การคิดเป็นจะช่วยให้คนสามารถดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและสามารถปรับตัวเป็น และแก้ปัญหาเป็น ดังนั้น เมื่อเราคิดเป็นเราจึงสามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดเป็น อุปสรรคสำหรับการดำเนินชีวิตแต่อย่างใดเลย

“การคิดเป็น” ประกอบด้วยทักษะการคิดด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=663&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_666" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><img class="size-full wp-image-666" title="ฝึกเด็กให้คิดเป็น" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/maneeyacourse2.jpg?w=400&#038;h=300" alt="ฝึกเด็กให้คิดเป็น" width="400" height="300" /><p class="wp-caption-text">ฝึกเด็กให้คิดเป็น</p></div>
<p>ได้อ่านข้อเขียนของ<a title="คิดเป็น ดร.แพง" href="http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120922" target="_blank">ดร.แพง ชินพงศ์ในผู้จัดการออนไลน์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒</a> เห็นด้วยว่า ทักษะที่สำคัญของคนยุคใหม่ เด็กรุ่นใหม่คือ การรู้จักคิดให้เป็น และต้องเน้นไปที่การคิดไปในทางที่ถูกต้อง เอาความดีเอาความถูกต้องและจริยธรรมมนุษยธรรมเป็นหลัก ชีวิตจึงจะดำเนินไปในทางที่ถูกต้อง ที่สำคัญคือการมีแบบอย่างให้เด็กเห็น นั่นคือหน้าที่ของพ่อแม่ในการเป็นตัวอย่างให้ลูก ชีวิตจะประคองให้ตลอดรอดฝั่งได้ ไม่ตกอับไม่ลำบากเมื่อมีทักษะชีวิตที่ถูกต้อง.การรู้จักคิดนั้นจึงจะเป็นเพื่อนที่ประคองลูกของเราให้ดำรงอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง. หลายศาสนาบอกไว้ในคำสอนเสมอว่า ปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตให้ดีให้ถูกต้อง ทั้งพระพุทธศาสนา ศาสนายิว หรือคริสต์เองก็พูดเป็นเรื่องปัญญา&#8230;..การรู้จักคิด คิดให้ถูกต้อง นั้นเป็นเรื่องเดียวกับ&#8217;<span style="color:#3366ff;"><strong>สัมมาทิฏฐิ</strong></span>&#8216; อันเป็นเรื่องสำคัญ  เป็นจุดเริ่มต้นของมรรค ๘ อันเป็นทางสู่เป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา</p>
<p><strong><span id="more-663"></span>โลกในปัจจุบันเป็นโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา สภาพแวดล้อม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านต่างๆเหล่านี้ทำให้คนอย่างเราๆต้อง ปรับตัวตามให้ทันอยู่เสมอเพื่อจะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างไม่เป็นปัญหา และคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดที่คนในโลกปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเพื่อให้มี ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขก็คือ <span style="color:#990000;">“การคิดเป็น”</span><br />
</strong><br />
“การคิดเป็น” เป็นการใช้ทักษะการคิดในทุกรูปแบบและเป็นการคิดในเชิงบวก โดยหลักแล้วการกระทำต่างๆจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ความคิดของเรา ถ้าคิดดีก็ทำดี ถ้าคิดไม่ดีก็ทำไม่ดี ซึ่งเมื่อการคิดเป็น เป็นการคิดในทางที่ดีมีประโยชน์ จึงทำให้เกิดเป็นการกระทำออกมาในทางที่ดีเช่นกัน <span style="color:#990000;"><strong>ดัง นั้น การคิดเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนอยู่ในสังคมอย่างราบรื่น เพราะไม่ว่าจะต้องอยู่ในสภาวการณ์ใดก็แล้วแต่ การคิดเป็นจะช่วยให้คนสามารถดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและสามารถปรับตัวเป็น และแก้ปัญหาเป็น ดังนั้น เมื่อเราคิดเป็นเราจึงสามารถทำทุกอย่างได้โดยไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดเป็น อุปสรรคสำหรับการดำเนินชีวิตแต่อย่างใดเลย<br />
</strong></span><br />
<strong><span style="text-decoration:underline;">“การคิดเป็น” ประกอบด้วยทักษะการคิดด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้</span></strong></p>
<p><strong>1. ทักษะการคิดสื่อความหมาย (Communication Thinking)</strong> หมายถึง ทักษะในการถ่ายทอดความคิดของตนให้ผู้อื่นได้เข้าใจและรับรู้ได้อย่างถูกต้อง โดยผ่านทางการสื่อสารในรูปแบบของการพูด (Speaking), การฟัง(Listening), การอ่าน(Reading), การเขียน(Writing)และการอธิบาย(Explaining) เมื่อคนเราสามารถสื่อสารความคิดให้แก่กันและกันได้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็จะสามารถเรียนรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นั้นได้ และสามารถคิดหาแนวทางปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไขให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี</p>
<p><strong>2. ทักษะการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking)</strong> หมายถึง ทักษะในการจัดระบบความคิดเรื่องต่างๆโดยสามารถมองเห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงกัน</p>
<p><strong>3. ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking)</strong> หมายถึง ทักษะในการจำแนกแยกแยะองค์ประกอบต่างๆว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างและรู้ว่าแต่ ละองค์ประกอบมีความแตกต่างและเหมือนกันอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาความสามารถของตนเอง</p>
<p><strong>4. ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)</strong> หมายถึง ทักษะการคิดริเริ่มที่ไม่ซ้ำกับคนอื่น การมีความคิดจินตนาการ รวมทั้งการคิดได้หลากหลาย รวดเร็ว ละเอียดลออ</p>
<p><strong>5. ทักษะการคิดเชิงจริยธรรม (Ethical Thinking)</strong> หมายถึง ทักษะการคิดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม ซึ่งแสดงออกโดยการที่ตนเองประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจและการประพฤติดีต่อผู้อื่นและสังคมในการช่วยเหลือ แบ่งปัน เสียสละและไม่เห็นแก่ตัว</p>
<p><span style="color:#990000;">การฝึกให้มีความสามารถในการ”คิดเป็น”เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดนั้นควรเริ่มฝึกตั้งแต่เป็นเด็ก</span> โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกเป็นคนคิดเป็นโดยใช้วิธีการง่ายๆได้ดังนี้</p>
<p><strong>1. ส่งเสริมให้ลูกคิดและทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง</strong> คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกได้ใช้ความคิดในการทำสิ่งต่างๆด้วยตัวของเขาเองโดย เริ่มจากสิ่งที่ลูกต้องทำอยู่เป็นประจำทุกวัน เช่น เวลาทำการบ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกทำการบ้านเอง เพื่อที่จะให้เขาได้ฝึกใช้ความคิดและนำความรู้ความเข้าใจจากสิ่งที่เขาได้ เรียนรู้ มาปรับใช้กับโจทย์ปัญหาต่างๆ เมื่อลูกได้พยายามทำแล้วหากมีข้อไหนหรือส่วนไหนที่ลูกทำไม่ได้หรือไม่เข้าใจ คุณพ่อคุณแม่ค่อยพยายามช่วยแก้ปัญหาให้เขาทีละนิดๆ อย่าเฉลยหรือบอกจนหมด เพราะลูกจะเคยชินว่าเดี๋ยวคิดไม่ออกพ่อแม่ก็บอกเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะทำให้การฝึกคิดของลูกไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้น สิ่งที่ต้องตระหนักคือเปิดโอกาสให้ลูกใช้ความคิดด้วยตัวเองโดยมีคุณพ่อคุณ แม่เป็นตัวสนับสนุน อย่าลงมือทำให้ลูกไปหมดทุกอย่างเพราะจะทำให้เด็กไม่รู้จักใช้ความคิดของตน เองและจะเป็นการปิดกั้นการพัฒนาทักษะการคิดและการแก้ปัญหาให้แก่ลูกได้</p>
<p><strong>2. ส่งเสริมให้ลูกคิดและทำงานอย่างเป็นระบบ</strong> การให้ลูกได้ทำในสิ่งที่เป็นการช่วยเหลือตัวเอง สามารถฝึกการคิดและการทำงานอย่างเป็นระบบได้ เช่น การให้ลูกได้เตรียมตัวไปโรงเรียนด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่เมื่อตื่นนอน ลูกต้องไปอาบน้ำ แปรงฟัน เช็ดตัว ทาแป้ง แต่งตัว ใส่ถุงเท้า รองเท้า สะพายกระเป๋า หรือการให้ลูกช่วยทำงานบ้านง่ายๆ เช่น ล้างจาน ลูกต้องเรียนรู้ที่จะนำเศษอาหารทิ้งก่อนแล้วค่อยล้างด้วยน้ำยาล้างจาน แล้วจึงล้างด้วยน้ำสะอาด เสร็จแล้วเอาไปคว่ำหรือเช็ดให้แห้ง แล้วนำไปเก็บในที่เก็บจานให้เรียบร้อย ในตอนแรกลูกอาจยังทำไม่ถูกต้องตามขั้นตอน แต่เมื่อเขาได้ลองทำไปเรื่อยๆ เขาจะสามารถเรียนรู้ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบด้วยตัวของเขาเองได้ว่าควรทำ อะไรก่อนอะไรหลังจึงจะดีและถูกต้องที่สุด การฝึกในลักษณะนี้ลูกจะได้พัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา อีกทั้งฝึกในการรับผิดชอบที่จะลงมือทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองให้สำเร็จด้วย</p>
<p><strong>3. ส่งเสริมให้ลูกคิดสร้างสรรค์</strong> คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ต่างๆ เช่น กิจกรรมศิลปะ ทั้งวาดรูป ระบายสี ปั้นดินเหนียว ตัดแปะกระดาษสีเป็นรูปและเรื่องราวต่างๆ หรือประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ หรือการทำกิจกรรมดนตรี เช่น แต่งเพลง เล่นดนตรี คิดท่าเต้นระบำ ในการทำกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกได้คิดริเริ่มทำสิ่งแปลกใหม่ด้วยตัวเขาเอง เช่น ฝึกให้เขาแต่งนิทานเอง ฝึกให้เขาคิดท่าเต้นตามจังหวะเพลงเอง ฝึกให้เขาประดิษฐ์สิ่งของใหม่ๆเอง ก็จะช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งหากโตขึ้นเมื่อเขาเกิดมีอุปสรรคสิ่งใด เช่น เรียนจบแล้วหางานทำตรงกับที่เรียนมาไม่ได้ เขาก็สามารถจะนำทักษะการคิดสร้างสรรค์นี้ไปคิดทำงานอื่นๆแทนได้ เช่น ประดิษฐ์ของแต่งบ้านเก๋แปลกตาหรือคิดสูตรทำขนมหวานแบบใหม่ที่อร่อยไม่ซ้ำใคร ไว้ขายได้</p>
<p><strong>4. ส่งเสริมให้เด็กได้คิดแก้ปัญหา</strong> <span style="color:#990000;">ปัญหา เป็นสิ่งที่เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้แต่กับเด็กๆเอง ดังนั้น หากจะฝึกให้ลูกรู้จักคิดแก้ปัญหา ก็ต้องให้ลูกได้พบเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคบ้าง</span> เช่น ช่วงปิดเทอมคุณพ่อคุณแม่อาจส่งลูกไปเข้าค่ายฤดูร้อนหรือไปร่วมทำกิจกรรม ต่างๆกับเพื่อนๆในวัยเดียวกัน ซึ่งในการเข้าค่ายหรือการร่วมทำกิจกรรมนี้ นอกจากลูกจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้อื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว แล้ว ยังเป็นการฝึกทักษะการคิดในเรื่องของการแก้ปัญหา การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อีกทั้งเป็นการฝึกทักษะในการสื่อความหมายในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยตรง อีกด้วย</p>
<p><strong>การสอนให้ลูกเป็นคนคิดเป็นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก เรามักจะเห็นตัวอย่างกันอยู่บ่อยๆว่า </strong><span style="color:#990000;">มี เด็กที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้กระโดดตึกตาย หรือเด็กวัยรุ่นฆ่าตัวตายเพราะไม่สมหวังในความรัก หรือคนที่มีการศึกษาและ มีหน้าที่การงานสูงต้องอยู่อย่างหมดหวังเพราะพ่ายแพ้ต่อปัญหาหนี้สินที่รุม เร้า </span><strong><span style="text-decoration:underline;">ที่เป็นเช่นนี้เพราะบุคคลเหล่านี้ขาดทักษะการคิด ที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต ทั้งขาดการสื่อสารที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ขาดการจัดระบบความคิดทำให้ไม่สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ขาดการคิดจำแนกแยกแยะ ขาดการคิดริเริ่มและขาดการคิดดีต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม</span> ซึ่งหากคนเรามีทักษะในการคิดที่ครบถ้วนเช่นนี้แล้ว เชื่อว่าไม่ว่าจะปัญหาน้อยใหญ่ก็จะสามารถใช้ความคิดในทางที่ถูกต้องเพื่อแก้ ปัญหานั้นให้ผ่านพ้นไปได้นั่นเอง ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อย่ารอช้า ลองดูสิว่าวันนี้เราฝึกให้ลูกได้ “คิดเป็น” แล้วรึยัง</strong></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/663/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/663/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/663/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/663/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/663/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/663/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/663/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/663/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/663/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/663/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=663&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/10/14/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/10/maneeyacourse2.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ฝึกเด็กให้คิดเป็น</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เครื่องมือเก็บยางก้อนถ้วย</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/09/25/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/09/25/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Sep 2009 08:18:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_Thai TECH]]></category>
		<category><![CDATA[ยางก้อนถ้วย]]></category>
		<category><![CDATA[ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรยุคใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=621</guid>
		<description><![CDATA[ยางก้อนถ้วยก็เป็นการผลิตอีกรูปแบบหนึ่งที่จะพัฒนาให้มีคุณภาพได้เช่นกัน เพื่อเป็นวัตถุดิบนำไปผลิตยางแท่ง STR ที่มีคุณภาพสูง แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ยางก้อนถ้วยเป็นทางเลือก เนื่องจากผลิตง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาและแรงงานน้อย การผลิตยางก้อนถ้วยที่มีคุณภาพจะต้องมีลักษณะเป็นรูปถ้วย สะอาด สีสวย ไม่มีสิ่งปะปนและไม่มีกลิ่นเหม็น มีน้ำหนักประมาณ 80-500 กรัม
อ่านพบในคอลัมภ์”เกษตรยุคใหม่”โดยรศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ
เรื่องของยางพารามีมากมายที่นำมาเล่าได้ไม่หมด วันนี้อยากจะแนะนำยางรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่ายางก้อนถ้วย ซึ่งเป็นรูปแบบของการแปรรูปยางพาราอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะว่าโรงงานยางแท่งมีความต้องการสูง และอยากได้มากกว่าขี้ยาง เพราะว่ายางก้อนถ้วยจะสะอาดกว่า วิธีการทำยางก้อนถ้วยนี้ไม่ยาก ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ก็น่าจะทำได้ดี
นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัยยาง ของกรมวิชาการเกษตร ก็ได้กำหนดมาตรฐานการผลิตยางก้อนถ้วยและใช้เป็นแนวทางให้เกษตรกรปฏิบัติ โดยมีข้อกำหนดหลักๆ คือ ยางก้อนถ้วยที่ดีจะต้องเป็นยางที่กรีดแล้วปล่อยให้น้ำยางจับตัวในถ้วยโดยใช้น้ำกรดหรือปล่อยให้จับตัวตามธรรมชาติ กรดที่ใช้เป็นกรดฟอร์มิกหรือกรดอะซิติก
ฉะนั้นยางก้อนถ้วยที่ผลิตได้ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งปลอมปนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ  เช่น เปลือกไม้ เศษหิน ดิน ทราย และอื่นๆ รวมทั้งต้องมีสีตามธรรมชาติ และมีน้ำหนักประมาณ 80-500 กรัม มีเนื้อยางแห้งประมาณ 60%
ยางก้อนถ้วยที่เหมาะต่อการซื้อขายควรมีอายุไม่เกิน 4 วัน มีความชื้นประมาณ 40% ซึ่งหากเกษตรกรสามารถผลิตยางก้อนถ้วยให้ได้มาตรฐานที่แนะนำนี้ จะทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาสูง และมีผลดีต่อการผลิตยางแท่งเพื่อการส่งออกด้วย เพราะว่าจะทำให้คุณภาพยางแท่งสูงขึ้น
วิธีการแคะยางออกจากถ้วยในกระบวนการทำยางก้อนถ้วยนั้น ก็ทำได้โดยการใช้มือแกะ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือวิธีการนี้จะทำให้ผิวหนังสัมผัสกับกรดโดยตรงด้วย ดังนั้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=621&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_658" class="wp-caption alignnone" style="width: 408px"><img class="size-full wp-image-658" title="ยางก้อนถ้วย" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/09/rubber.jpg?w=398&#038;h=269" alt="ยางก้อนถ้วย" width="398" height="269" /><p class="wp-caption-text">ยางก้อนถ้วย</p></div>
<p><strong>ยางก้อนถ้วย</strong><strong>ก็เป็นการผลิตอีกรูปแบบหนึ่งที่จะพัฒนาให้มีคุณภาพ</strong>ได้เช่นกัน <strong>เพื่อเป็นวัตถุดิบนำไปผลิตยางแท่ง </strong><strong>STR ที่มีคุณภาพสูง</strong> แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำ <strong>ยางก้อนถ้วย</strong><strong>เป็นทางเลือก</strong> เนื่องจากผลิตง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาและแรงงานน้อย การผลิตยางก้อนถ้วยที่มีคุณภาพจะต้องมีลักษณะเป็นรูปถ้วย สะอาด สีสวย ไม่มีสิ่งปะปนและไม่มีกลิ่นเหม็น มีน้ำหนักประมาณ 80-500 กรัม</p>
<p>อ่านพบในคอลัมภ์<a title="เกษตรยุคใหม่" href="http://www.komchadluek.net/detail/20090803/22778/เครื่องมือเก็บยางก้อนถ้วย.html" target="_blank">”เกษตรยุคใหม่”โดยรศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ</a></p>
<p>เรื่องของยางพารามีมากมายที่นำมาเล่าได้ไม่หมด วันนี้อยากจะแนะนำยางรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่ายางก้อนถ้วย ซึ่งเป็นรูปแบบของการแปรรูปยางพาราอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะว่าโรงงานยางแท่งมีความต้องการสูง และอยากได้มากกว่าขี้ยาง เพราะว่ายางก้อนถ้วยจะสะอาดกว่า วิธีการทำยางก้อนถ้วยนี้ไม่ยาก ถึงแม้จะเป็นมือใหม่ก็น่าจะทำได้ดี</p>
<p><span id="more-621"></span>นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัย<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a> ของกรมวิชาการเกษตร ก็ได้กำหนดมาตรฐานการผลิต<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยและใช้เป็นแนวทางให้เกษตรกรปฏิบัติ โดยมีข้อกำหนดหลักๆ คือ <a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยที่ดีจะต้องเป็น<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ที่กรีดแล้วปล่อยให้น้ำ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>จับตัวในถ้วยโดยใช้น้ำกรดหรือปล่อยให้จับตัวตามธรรมชาติ กรดที่ใช้เป็นกรดฟอร์มิกหรือกรดอะซิติก</p>
<p>ฉะนั้น<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยที่ผลิตได้ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งปลอมปนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ  เช่น เปลือกไม้ เศษหิน ดิน ทราย และอื่นๆ รวมทั้งต้องมีสีตามธรรมชาติ และมีน้ำหนักประมาณ 80-500 กรัม มีเนื้อ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>แห้งประมาณ 60%</p>
<p><a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยที่เหมาะต่อการซื้อขายควรมีอายุไม่เกิน 4 วัน มีความชื้นประมาณ 40% ซึ่งหากเกษตรกรสามารถผลิต<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยให้ได้มาตรฐานที่แนะนำนี้ จะทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาสูง และมีผลดีต่อการผลิต<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>แท่งเพื่อการส่งออกด้วย เพราะว่าจะทำให้คุณภาพ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>แท่งสูงขึ้น</p>
<p>วิธีการแคะ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ออกจากถ้วยในกระบวนการทำ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยนั้น ก็ทำได้โดยการใช้มือแกะ แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือวิธีการนี้จะทำให้ผิวหนังสัมผัสกับกรดโดยตรงด้วย ดังนั้น ถ้าเราสามารถสร้างอุปกรณ์เก็บ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัสก็น่าจะเป็นประโยชน์ ซึ่งแนวคิดเช่นนี้ได้เกิดขึ้นโดยกลุ่มเด็กนักเรียนมัธยมศึกษา 3 คนจากโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จ.ศรีสะเกษ ภายใต้โครงการที่ สกว. สนับสนุนที่เรียกว่า โครงการยุววิจัย<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>พารา หมายความว่าเป็นโครงการที่สนับสนุนให้เด็กนักเรียนได้เริ่มเรียนรู้ที่จะเป็นนักวิจัย</p>
<p>เครื่องมือที่นักเรียนกลุ่มนี้สร้างขึ้น เรียกได้ว่าเป็นผลงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งประดิษฐ์ เพราะว่ามีการนำความรู้ทางทฤษฎีมาประยุกต์ใช้ แล้วสร้างเครื่องมือขึ้นมาก่อนที่จะนำไปทดลองให้ชาวสวน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ได้ใช้ประโยชน์จริง แล้วมีการใช้กระบวนการทางการวิจัยในการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ในที่สุดก็ได้ชิ้นงานออกมาคือเครื่องมือเก็บ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยที่สามารถถือได้ด้วยมือเดียว มีขนาดเล็กเหมือนคีม หรือกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ทั่วไป แต่สามารถใช้เก็บ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยได้เร็วกว่าเดิม และสามารถทำได้สะดวกขึ้นมาก ที่สำคัญคือ มือไม่ต้องสัมผัสกับตัวก้อน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>จึงไม่ต้องสัมผัสกับกรดที่ยังตกค้างอยู่ในถ้วย</p>
<p>เครื่องมือที่ว่านี้มีประโยชน์อย่างมาก และเป็นที่สนใจของเอกชนที่จะนำไปผลิตขาย ขณะนี้ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ไปเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเจรจากับภาคเอกชนในการนำไปผลิตขายต่อไป</p>
<p>จะเห็นได้ว่างานวิจัยหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องใช้นักวิจัยมืออาชีพตามมหาวิทยาลัย นี่ขนาดเด็กนักเรียนมัธยม ยังสามารถสร้างสิ่งที่เป็นความรู้ใหม่และเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนำมาใช้ในการแก้ปัญหาใกล้ตัวอย่างเช่นเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ก็คงต้องให้ผู้ใหญ่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการสร้างความรู้ในหมู่เด็กและเยาวชนของเราต่อไปอย่างจริงจัง</p>
<p>สำหรับเด็กนักเรียนทั้งสามคนที่ร่วมกันพัฒนาเครื่องมือเก็บ<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ก้อนถ้วยนี้ก็ได้แก่ นายนัฐพล สุขพันธ์ น.ส.สุพัตรา อ่ำศรี และน.ส.จุฑามาศ นพเก้า โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา 2 ท่านคือ อาจารย์ดวงแข ปัญญา และอาจารย์ไสว อุ่นแก้ว ซึ่งควรได้รับการยกย่องและให้เกียรติว่าเป็นผู้ที่พยายามพัฒนาเครื่องมือช่วยอุตสาหกรรม<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>ดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลดีต่อวงการอุตสาหกรรม<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87" target="blank_">ยาง</a>พาราของประเทศได้ในอนาคต</p>
<p>คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีการนำความรู้ที่ได้จากงานชิ้นนี้ไปผลิตออกมาเป็นเครื่องมือที่ใช้กันทั่วไปในราคาที่หาซื้อได้ และที่สำคัญคือริเริ่มมาจากฝีมือเด็กไทยครับ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/621/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/621/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/621/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/621/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/621/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/621/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/621/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/621/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/621/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/621/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=621&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/09/25/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/09/rubber.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ยางก้อนถ้วย</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>วิตามินอีในน้ำมันปาล์ม</title>
		<link>http://simplyway.wordpress.com/2009/09/24/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://simplyway.wordpress.com/2009/09/24/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 15:52:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>simplyway</dc:creator>
				<category><![CDATA[Simply_Thai TECH]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันปาล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันปาล์มดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ปาล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามินอี]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มคุณค่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://simplyway.wordpress.com/?p=651</guid>
		<description><![CDATA[บทความที่ผมนำมาจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันจันทร์ที่ 21 กย.2552 กับคอลัมภ์ “เกษตรยุคใหม่”โดย รศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ.คราวนี้จะพูดถึงอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ได้จากน้ำมันปาล์ม เป็นการเพิ่มคุณค่าอีกทางหนึ่ง
น้ำมันปาล์มดิบ เป็นแหล่งของแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ให้สีเหลือง และเราได้สกัดสารเหล่านี้ออกมาใช้เป็นสีผสมอาหารได้ รวมทั้งสามารถสกัดมาใช้ประโยชน์อื่นได้อีกมากมาย แต่ว่านอกจากแคโรทีนแล้ว น้ำมันปาล์มยังมีสารสำคัญอีกตัวหนึ่ง นั่นคือวิตามินอี ถ้าจะว่าไปแล้วมูลค่าของวิตามินอีที่มีอยู่มากในน้ำมันปาล์มนั้นสูงมากที เดียว เพราะทุกวันนี้เราต้องนำเข้าวิตามินอีจากต่างประเทศโดยมีราคาสูงนับแสนบาท ต่อกิโลกรัม
วิตามินอีกำลังได้รับความสนใจในปัจจุบันเพราะมีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมากตัวหนึ่ง ดังนั้นจึงสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลาย นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งจะส่งผลให้ลดอัตราเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ และยังมีรายงานว่าวิตามินอีสามารถยับยั้งมะเร็งและเนื้องอกได้ เพราะฉะนั้นน้ำมันปาล์มจึงมีคุณค่ามากกว่าที่เราคิดหรือเข้าใจกันอยู่
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสนใจเรื่องการเพิ่มมูลค่าของน้ำมันปาล์มมาโดยตลอด คือ ดร.พัชรินทร์ ระวียัน จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเคยพัฒนากระบวนการสกัดแคโรทีนจากน้ำมันปาล์มดิบสำเร็จมาแล้ว จึงเห็นช่องทางในการสกัดวิตามินอีจากน้ำมันปาล์มอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็สามารถสกัดวิตามินอีจากส่วนเหลือของการกลั่นน้ำมันปาล์ม โดยใช้กระบวนการที่สะดวกและประหยัด ในที่สุดก็ได้วิธีการที่เหมาะสมและนำไปสู่การยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว ขณะนี้รอเพียงแค่การหาเอกชนมาลงทุนเพื่อผลิตออกมาเป็นการค้าต่อไป
วิตามินอีที่สกัดได้นั้นมีความคงตัวที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ได้นานถึง 120 วันในขวดสีชา โดยความเข้มข้นของวิตามินอีลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับวิธีการสกัดโดยละเอียดคงไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในระหว่าง การขอรับสิทธิบัตร แต่คร่าวๆ คือ ส่วนของน้ำมันปาล์มที่ใช้ในการตั้งต้นของกระบวนการสกัดนั้น เป็นส่วนที่เหลือจากการกลั่นแยกน้ำมันปาล์มสำหรับนำไปใช้ประกอบอาหาร
ส่วน ที่เหลือจากการกลั่นดังกล่าวเป็นส่วนที่เรียกว่าดิสทิลเลท ซึ่งปกติแล้วนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ ในกระบวนการสกัดโดยใช้กระบวนการที่นักวิจัยคิดค้นขึ้นมานี้ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับประเทศไทย เพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมขนาดกลางได้ เนื่องจากไม่ซับซ้อนเกินไป [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=651&subd=simplyway&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><div id="attachment_652" class="wp-caption alignnone" style="width: 360px"><img class="size-full wp-image-652" title="วิตามินอี" src="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/09/vite.jpg?w=350&#038;h=277" alt="วิตามินอี" width="350" height="277" /><p class="wp-caption-text">วิตามินอี</p></div>
<p><span style="font-size:small;"><span style="font-family:Tahoma;">บทความที่ผมนำมาจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันจันทร์ที่ 21 กย.2552 กับ<a title="คอลัมภ์เกษตรยุคใหม่" href="http://www.komchadluek.net/detail/20090921/29251/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1.html" target="_blank">คอลัมภ์ “เกษตรยุคใหม่”โดย รศ.ดร.พีรเดช  ทองอำไพ</a>.คราวนี้จะพูดถึงอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ได้จากน้ำมันปาล์ม เป็นการเพิ่มคุณค่าอีกทางหนึ่ง</span></span></p>
<p>น้ำมันปาล์มดิบ เป็นแหล่งของแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ให้สีเหลือง และเราได้สกัดสารเหล่านี้ออกมาใช้เป็นสีผสมอาหารได้ รวมทั้งสามารถสกัดมาใช้ประโยชน์อื่นได้อีกมากมาย แต่ว่านอกจากแคโรทีนแล้ว น้ำมันปาล์มยังมีสารสำคัญอีกตัวหนึ่ง นั่นคือวิตามินอี ถ้าจะว่าไปแล้วมูลค่าของวิตามินอีที่มีอยู่มากในน้ำมันปาล์มนั้นสูงมากที เดียว เพราะทุกวันนี้เราต้องนำเข้าวิตามินอีจากต่างประเทศโดยมีราคาสูงนับแสนบาท ต่อกิโลกรัม</p>
<p><span id="more-651"></span>วิตามินอีกำลังได้รับความสนใจในปัจจุบันเพราะมีคุณสมบัติเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมากตัวหนึ่ง ดังนั้นจึงสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้หลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลาย นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งจะส่งผลให้ลดอัตราเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ และยังมีรายงานว่าวิตามินอีสามารถยับยั้งมะเร็งและเนื้องอกได้ เพราะฉะนั้นน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>จึงมีคุณค่ามากกว่าที่เราคิดหรือเข้าใจกันอยู่</p>
<p>ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสนใจเรื่องการเพิ่มมูลค่าของน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>มาโดยตลอด คือ ดร.พัชรินทร์ ระวียัน จากคณะอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งเคยพัฒนากระบวนการสกัดแคโรทีนจากน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>ดิบสำเร็จมาแล้ว จึงเห็นช่องทางในการสกัดวิตามินอีจากน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็สามารถสกัดวิตามินอีจากส่วนเหลือของการกลั่นน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a> โดยใช้กระบวนการที่สะดวกและประหยัด ในที่สุดก็ได้วิธีการที่เหมาะสมและนำไปสู่การยื่นจดสิทธิบัตรแล้ว ขณะนี้รอเพียงแค่การหาเอกชนมาลงทุนเพื่อผลิตออกมาเป็นการค้าต่อไป</p>
<p>วิตามินอีที่สกัดได้นั้นมีความคงตัวที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ได้นานถึง 120 วันในขวดสีชา โดยความเข้มข้นของวิตามินอีลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับวิธีการสกัดโดยละเอียดคงไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในระหว่าง การขอรับสิทธิบัตร แต่คร่าวๆ คือ ส่วนของน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>ที่ใช้ในการตั้งต้นของกระบวนการสกัดนั้น เป็นส่วนที่เหลือจากการกลั่นแยกน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>สำหรับนำไปใช้ประกอบอาหาร</p>
<p>ส่วน ที่เหลือจากการกลั่นดังกล่าวเป็นส่วนที่เรียกว่าดิสทิลเลท ซึ่งปกติแล้วนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ ในกระบวนการสกัดโดยใช้กระบวนการที่นักวิจัยคิดค้นขึ้นมานี้ เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสำหรับประเทศไทย เพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมขนาดกลางได้ เนื่องจากไม่ซับซ้อนเกินไป ต้นทุนและค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก และสารเคมีที่ใช้ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ทำให้ต้นทุนต่ำลง รวมทั้งใช้เทคนิคใหม่ที่นักวิจัยใช้ความรู้ที่มีอยู่นำมาประยุกต์ใช้ ทำให้ได้ผลผลิตคือวิตามินอีออกมาจากการสกัดมากขึ้น เมื่อทดสอบคุณภาพของวิตามินอีที่ได้ โดยเปรียบเทียบกับวิตามินอีสังเคราะห์ ก็พบว่ามีคุณภาพดีและมีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอุตสาหกรรมอาหารได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งแม้จะไม่มี<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>น้ำมันปลูกอยู่แถวนั้นก็ตาม แต่ด้วยความรู้ที่มีอยู่จึงสามารถประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a>น้ำมันของเราได้เป็นอย่างดี โดยเป็นการเพิ่มมูลค่าจากของเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมน้ำมัน<a href="http://www.komchadluek.net/search.php?search=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1" target="blank_">ปาล์ม</a></p>
<p>หากขายเพื่อใช้ในการเลี้ยงสัตว์ก็จะได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 10-15 บาทเท่านั้น แต่เมื่อนำมาสกัดวิตามินอี ก็จะได้มูลค่าสูงขึ้นอย่างมหาศาลครับ</p>
<p><span style="color:#3366ff;"><strong>รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ</strong></span></p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/simplyway.wordpress.com/651/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/simplyway.wordpress.com/651/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/simplyway.wordpress.com/651/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/simplyway.wordpress.com/651/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/simplyway.wordpress.com/651/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/simplyway.wordpress.com/651/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/simplyway.wordpress.com/651/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/simplyway.wordpress.com/651/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/simplyway.wordpress.com/651/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/simplyway.wordpress.com/651/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=simplyway.wordpress.com&blog=3034322&post=651&subd=simplyway&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://simplyway.wordpress.com/2009/09/24/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cf9626e0255b6fb32bb5e8550b1ec9d7?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">simplyway</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://simplyway.files.wordpress.com/2009/09/vite.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">วิตามินอี</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>